WWW.TRAVEL2GUIDE.COM

ตลาดน้ำขวัญ-เรียม 

เป็นตลาดแห่งใหม่ในกรุเทพฯตั้งอยู่ ซอยสุขาภิบาล 60 ถ้าเดินทางเส้นสุขาภิบาล หรือเดินทางมากจากเส้นรามคำแหง เข้า ซอยรามคำแหง 187 สามารถเดินทางได้สะดวก ตลาดน้ำขวัญ-เรียม เป็นตลาดแนวย้อยยุค สมัยนวนิยาย "แผลเก่า" โดยมีตัวละคร ขวัญ -เรียม เป็นตำนานรัก ที่แสนเศร้าเหมือน ชื่อคลองแสนแสบ ตัวตลาดอยู่ริมคลองแสนแสบ



มาดามทุสโซ พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง

เป็นพิพิธภัณฑ์รวบรวมหุ่นขี้ผึ้งเหล่าคนดัง และบุคคลสำคัญทั่วโลกไว้ที่ ณ.พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งแห่งนี้ และเป็นสถานที่พักผ่อนแห่งใหม่อีกแห่งในกรุงเทพ


 เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ 

 เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ตั้งอยู่ถนนเจริญกรุง เป็นแหล่งกิ เที่ยวย ช้อปปิ้ง แห่งใหม่ในกรุงเทพฯ โดยมี Concept แบบย่านเจริญกรุงสมัยเก่าที่ยังเป็้นโรงงาน และโกดังที่เก็บสินค้าในอดีต


ตลาดน้ำตลิ่งชัน
ตลาดน้ำตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ สามารถเดินทางไปเที่ยวชม
ได้สะดวก ทั้งรถส่วนตัว และกรถประจำทาง
สาย ปอ.79 ผ่านหน้าตลาดเลย ตลาดน้ำตลิ่งชัน มีอาหารมากมาย หลายอย่าง ทั่งคาวหวาน
และมีเรือท่องเที่ยวชมคลองตลิ่งชัน
จะไ้พบเห็น วิธีชีวิตชาวริมคลอง และบ้านเรื่อนริมน้ำ พร้อมทั้งสวนกล้วยไม้ต่าง ๆระหว่างทางเดินเข้าตลาดน้ำ สองข้างทางจะมีร้านขายต้นไม้ดอก ไม้ประดับ และไม้สมุนไพรต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ซื้อติดไม้ติดมือกัน และบริเวณด้านหลัง จะมีสวยหย่อมให้นักท่องเที่ยวได้นั่งพักเหนื่อยกัน

ตลาดน้ำคลองลัดมะยม
สถานที่ตั้ง อยู่ริมคลองลัดมะยมด้านติดถนนบางระมาด เขตตลิ่งชัน มีพื้นที่ประมาณ 10 ไร่ เป็นตลาดของชาวสวนคลองลัดมะยม นำผลไม้ที่ปลูกในสวนมาจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยว สด จากสวน และยังมีร้านอาหาร คาว , หวาน , มากมาย และยังมีอาหารหาทานยาก ให้นักชิมได
้ลิ่มลองกัน และยังมีเรือสำหรับพานักท่องเที่ยวชมสวน "สวนเจียมตน" เป็นสวนไม้ยืนต้น และไม้สมุนไพร และยังมี "พิพิธภัณฑ์เรือจำลอง" มีการจัดแสดงเรือแบบต่างๆให้ดูหลายแบบ พรัอมทั้งอุกปกรณ์วิธีชาวสวน และเครื่องมือการเกษตร เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เยีียมชมกัน...

 ตลาดนัดรถไฟ ศรีนครินทร์

เปิดให้ชิลล์ ทุกวันอังคาร-อาทิตย์ ตั้งแต่เย็นๆ จนเที่ยงคืน พบกับสินค้าสุดแนวว ทั้งมือสอง ของเก่า สะสม แต่งบ้าน งานวินเทจ งานแฮนด์เมด ฯ และร้านอาหารอร่อยๆ


พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 4 ถ.หน้าพระธาตุ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200 เปิด
ให้บริการ วันพุทธ - วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ (ยกเว้นเทศกาลปีใหม่ และสงการณ์) เวลาทำการ 9.00-16.00 น. อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย 30 บาท ต่างชาติ 200 บาท นักเรียน,นักศึกษา,ฟู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป,สมาชิก ICOM, ICOMOS พระภิกษุ, สามเณร และนักบวชทุกศาสนา ไม่เสีค่าเข้าชม บริการนำชมเป็นหมู่คณะโดการนัดหมายล่วงหน้า
นำชมทั่วไป ตั้งแต่เวลา 9.30 น. เป็นต้นไป
โทร.02-2413333 รถประจำทาง สาย 3 , 6 , 9 , 19 , 30 , 33 , 43 , 53 , 59 , 64 , 65 , 70 , 80 , 82 , 91 ,
123 , 201 , 503 , 506 , 507

พิพิธภัณฑ์กลโกงชาติ

เป็นสถานที่รวมเรื่องราวเกี่ยวกับกลโกง และเป็นสถานที่รวบรวมเหตุการณ์กลโกงที่เกิดขึ้นและไม่ความลืมเลือนและ
เอามาเป็นเครื่องเตือนใจให้กับคนรุ่นต่อไป และปลูกจิตรสำนึกให้กับคนรุ่นต่อไปเช่นกันในการดำเนินชีวิตแบบไม่โกง


นิทรรศน์รัตนโกสินทร์

ตั้งอยู่๑๐๐ ถนนราชดำเนินกลาง แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ +๖๖(๐)๒ ๖๒๑ ๐๐๔๔ โทรสาร +๖๖(๐)๒ ๖๒๑ ๐๐๔๓

วันและเวลาทำการเปิดให้บริการทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์
อังคาร – ศุกร์ ๑๑.๐๐ น. – ๒๐.๐๐ น.
เสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ๑๐.๐๐ น. – ๒๐.๐๐ น.เปิดให้เข้าชมเป็นรอบ ทุกๆ ๒๐ นาที
รอบเข้าชมสุดท้าย เวลา ๑๘.๐๐ น.


วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงสร้างขึ้นพร้อมสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อแรกสร้างประกอบด้วย 3 ส่วน คือ พระมหาปราสาท พระราชมณเฑียรสถาน และวัดพระศรีรัตนศาสดาราม มีเนื้อที่ 132 ไร่ นอดีตพระบรมมหาราชวังเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ ลักษณะแบบแผนการก่อสร้างคล้ายคลึงกับพระบรมมหาราชวังเก่าในสมัยกรุง ศรีอยุธยาคือ มีวัดพระศรีรัตนศาสดารามอยู่ในบริเวณวังเหมือนกับวัดพระศรีสรรเพชญ์ในสมัย กรุงศรีอยุธยา ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 เริ่มรับอิทธิพลจากตะวันตกทำให้สถาปัตยกรรมมีลักษณะ
ผสมผสานกับทางตะวันตกมาก ขึ้นหมู่พระที่นั่งที่สำคัญมีดังนี้


วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร หรือ วัดโพธิ์ ท่าเตียน

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงสร้างขึ้นพร้อมสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อแรกสร้างประกอบด้วย 3 ส่วน คือ พระมหาปราสาท พระราชมณเฑียรสถาน และวัดพระศรีรัตนศาสดาราม มีเนื้อที่ 132 ไร่ นอดีตพระบรมมหาราชวังเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ ลักษณะแบบแผนการก่อสร้างคล้ายคลึงกับพระบรมมหาราชวังเก่าในสมัยกรุง ศรีอยุธยาคือ มีวัดพระศรีรัตนศาสดารามอยู่ในบริเวณวังเหมือนกับวัดพระศรีสรรเพชญ์ในสมัย กรุงศรีอยุธยา ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 เริ่มรับอิทธิพลจากตะวันตกทำให้สถาปัตยกรรมมีลักษณะ
ผสมผสานกับทางตะวันตกมาก ขึ้นหมู่พระที่นั่งที่สำคัญมีดังนี้


พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป์

ตั้งอยู่บนถนนเจ้าฟ้า เขตพระนคร ในอดีตเป็นสถานที่ตั้งพระตำหนัก
ของเจ้านายฝ่ายวังหน้า (กรมพระราชวังบวรสถานมงคล) มาแต่ครั้งรัชกาล พระบาทสมเด็จ พระพุทธยอดฟ้า จุฬาโลกมหาราช จนเป็นที่มาของชื่อ “ถนนเจ้าฟ้า” ในปัจจุบัน
ติดต่อ
เลขที่4 ถนนเจ้าฟ้า เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
โทร. (02) 282-2639-40  (02) 281-2224  ต่อ 14, 17
แฟกซ์ (02) 282-2639-40    (02) 281-2224  ต่อ 15


พิพิธภัณฑสยาม

ตั้งอยู่บนเลขที่ 4 ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ นิทรรศการ "เรียงความประเทศไทย" เป็นการบอกเล่าถึงพัฒนาการด้านต่างๆ ของภูมิภาคอุษาคเนย์ นับตั้งแต่สมัยแผ่นดิน "สุวรรณภูมิ" (3,000 ปีก่อน) อันประกอบด้วยอารยธรรมต่างๆ ก่อนการรับวัฒนธรรมจากอินเดียและจีน เรื่อนมาจนถึงกำเนิดสยามประเทศและก้าวสู่ประเทศไทยในปัจจุบัน


พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

ตั้งอยู่ที่ ถนนหลานหลวง เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย แขวงวัดโสมนัส กรุงเทพฯ พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว แบ่งออกเป็น 3 ชั้น โดยแต่ละชั้นจะจัดแสดงเรื่อง
ราวต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จ พระนางเจ้ารำไพ พรรณี


 
พิพิธภัณฑ์เขตบางกอกน้อย
ตั้งอยู่ที่ โรงเรียนสุวรรณารามวิทยาคม ซ.จรัญสนิทวงศ์ 32 รถประจำทางที่ผ่าน สาย 40, 42, 56,
68, 80, 175, 510, 509 จัดแสดงภาพการเติบโตของชุมชนตามแนวลำน้ำเจ้าพระยาสายใหม่ ซึ่งเป็นผลจากการขุดคลองลัดในสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ รวมทั้งมีจัดแสดงสถานที่ที่น่าสนใจในเขตบางกอกน้อย อาทิ สถานีรถไฟบางกอกน้อย โรงพยาบาลศิริราช กรมอู่ทหารเรือ ฯลฯ จัดแสดงเหตุการณ์กู้ชาติของพระเจ้าตากสินมหาราช ตลอดถึงการนำเสนอภาพของบางกอกน้อยเมื่อย่างสู่สมัยรัตนโกสินทร์ ศิลปะและภูมิปัญญา เรื่องราวและความรู้ต่างๆ มากมาย ตามคำขวัญประจำเขตที่ว่า "สายน้ำกับการเปลี่ยนแปลง แหล่งชุมชนช่างโบราณ จุดยุทธศาสตร์สามราชธานี"
เปิดให้บริการตั้งแต่วันพุธ-วันอาทิตย์ เวลา 09.00-15.00 น. (ปิดวันจันทร์-อังคาร) ไม่เสียค่าเข้าชม สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2246 0301

พิพิธภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผา
เป็นพิพิธภัณฑ์แสดงเครื่องปั้นดินเผาถ้วยชามเบญจรงค์ในสมัยโบราณ และเป็นพิพิธภัณฑ์
บ้านริมน้ำ ตั้งอยู่ข้างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ด้านหลังของวิทยาลัยนาฏศิลป์) หากเข้าชมเป็นหมู่คณะต้อง ติดต่อล่วงหน้าที่ มูลนิธิเสวตร-โสภา เลขที่ 5 ถนนพระอาทิตย์
กรุงเทพฯ เปิดให้เข้าชมทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-16.30 น. อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย 50 บาท ชาวต่างประเทศ 100 บาท สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2224 1373, 0 2224 1388

พิพิธภัณฑ์ปืนใหญ่โบราณ
ตั้งอยู่ในบริเวณด้านหน้าและด้านข้างของกระทรวงกลาโหม เป็นการจัดแสดงปืนใหญ่ที่เคยผ่านสงครามต่างๆ มาแล้วในอดีต โดยเรียงลำดับหมวดหมู่ตามอายุและยุคสมัยของปืน เริ่มจากปลายกรุงศรีอยุธยา ธนบุรี จนถึงรัตนโกสินทร์ เช่น ปืนนารายณ์สังหาญ ปืนพญาตานี และปืนชุดที่ทำจากฝรั่งเศส
จำนวนทั้งสิ้น 40 กระบอก ส่วนอาคารเป็นสถาปัตยกรรมยุโรป ด้านหน้ากระทรวงฯ นั้น รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่อยู่ของทหารประจำรักษาพระนคร สอบถามเพิ่มเติมได้ที่
โทร. 0 2226 3814 โทรสาร 0 2225 8262

พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย
ตั้งอยู่ที่ตำหนักวังบางขุนพรหม ภายในบริเวณเดียวกันกับธนาคารแห่งประเทศไทย จัดแสดงสื่อในการแลกเปลี่ยนตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ โดยแบ่งออกเป็นห้องต่าง ๆ อาทิ ห้องเงินตราโบราณ, ห้องเงินพดด้วง, ห้องกษาปณ์ไทย, ห้องธนบัตรไทย, ห้องทองตรา, ห้อง 50 ปี ธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นต้น เปิดให้เข้าชมทุกวันจันทร์-ศุกร์ เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันหยุดธนาคาร ตั้งแต่เวลา 10.00 -16.00 น. การเข้าชมต้องแจ้งให้ทราบก่อนล่วงหน้า โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2283 5286, 0 2283 5265 และ 0 2283 6723

พิพิธภัณฑ์กองทัพบกเฉลิมพระเกียรติ
พิพิธภัณฑ์กองทัพบกเฉลิมพระเกียรติ ตั้งอยู่ที่กองบัญชาการกองทัพบก ถนนราชดำเนินนอก ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าฯมาก่อน ภายในพิพิธภัณฑ์แบ่งเป็นห้องจัดแสดงเรื่องต่าง ๆ ได้แก่ ห้องจำลองเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ทหาร ห้องอาวุธ ห้องธงและเครื่องมือเครื่องใช้ทางทหาร ห้องพระบารมีปกเกล้า ห้องแสดงวิวัฒนาการทางทหาร เป็นต้น เปิดให้เข้าชมสำหรับหมู่คณะที่ติดต่อล่วงหน้า ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00 – 15.00 น. โดยประสานรายละเอียดกับกรมยุทธการทหารบกอย่างน้อย 3 วัน รายละเอียดติดต่อ โทร. 0 2297 7380, 0 2297 8058 หรือชมเว็บไซต์

พิพิธภัณฑ์ทรัพยากรธรณี (พิพิธภัณฑ์แร่และหิน)
พิพิธภัณฑ์ทรัพยากรธรณี (พิพิธภัณฑ์แร่และหิน) ตั้งอยู่ชั้น 1 อาคารพิพิธภัณฑ์ติดกับกรมทรัพยากรธรณี ถนนพระราม 6เป็นหน่วยงานในความดูแลของสำนักธรณีวิทยา กรมทรัพยากรธรณี ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2491 ภายในพิพิธภัณฑ์ได้รวบรวมวัตถุพวก แร่ หิน ซากดึกดำบรรพ์ และเครื่องมือ เครื่องใช้โบราณที่ทำจากแร่ หิน มาจัดแสดงโดยแบ่งเนื้อหาเป็น3 ส่วน คือ 1. ด้านธรณีวิทยา ซึ่งประกอบไปด้วยเรื่องกำเนิดโลก การเปลี่ยนแปลงเปลือกโลก แร่และหิน การสำรวจธรณีวิทยา น้ำบาดาล ซากดึกดำบรรพ์ 2. ทรัพยากรแร่ ได้แก่ อัญมณีและหินมีค่า การใช้ประโยชน์ของแร่ชนิดต่างๆ แร่เชื้อเพลิง ปิโตรเลียมการทำเหมืองแร่จากต่างประเทศ 3. นิทรรศการพิเศษ ปัจจุบันแสดงเรื่องไดโนเสาร์ในประเทศไทยเปิดให้เข้าชมทุกวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.30- 16.30 น. โดยไม่เสียค่าเข้าชม หากเข้าชมเป็นหมู่คณะทำหนังสือถึงอธิบดีกรมทรัพยากรธรณีติดต่อสอบถามราย ละเอียดได้ที่
โทร. 0 2202 3669-70 โทรสาร 0 2202 3754

 
พิพิธภัณฑ์เขตบางขุนเทียน
เดิม บางขุนเทียนเป็นพื้นที่สวน ดินในแถบนี้มีลักษณะเป็นดินลักเค็ม โดยมีคุณสมบัติพิเศษ คือ เป็นดินรสกร่อยซึ่งอุดมด้วยธาตุโพแทสเซียม เมื่อปลูกผลไม้จะทำให้มีรสจัด กลมกล่อม แต่ปัจจุบันน้ำทะเลท่วมถึงทำให้เลิกปลูกผลไม้ ในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงสิ่งที่น่าสนใจของเขต อาทิ วัดราชโอรสหรือวัดจอมทองที่รัชกาลที่ 3 ทรงบูรณะปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ วัดนางนอง วัดอัปสรสวรรค์ ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมมอญและชุมชนมอญบางกระดี่ เป็นต้น คำขวัญสำหรับเขตนี้คือ "ประวัติศาสตร์คลองด่าน ถิ่นฐานชาวสวนบางกอก ทางออกป่าชายเลนกรุงเทพฯ"ตั้งอยู่ที่ โรงเรียนคลองพิทยาลงกรณ์ สุดสายถนน บางขุนเทียน-ชายทะเล รถประจำทางที่ผ่านถนน
พระราม 2 ได้แก่ สาย 68, 76, 105, 140, 141, 142, 147, 169, 171, 529 และ 530 ต่อรถสองแถวสายบิ๊กซีพระราม 2 ถึงโรงเรียนคลองพิทยาลงกรณ์ เปิดให้บริการทุกวันพุธ-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00-15.00 น. (ปิดวันจันทร์-อังคาร) ไม่เสียค่าเข้าชม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 0 2246 0301

  พิพิธภัณฑ์พุทธศิลป
  ตั้ง อยู่เลขที่ 104 ถนนพัฒนาการ ซอย 40 นับเป็นพิพิธภัณฑ์พระพุทธรูปของเอกชนขนาดใหญ่ ซึ่งดำเนินการโดยมูลนิธิส่งเสริมและอนุรักษ์ศิลปะไทย เน้นเนื้อหาแสดงศิลปะพระพุทธรูปไทยที่สอดคล้องกับประวัติศาสตร์ความเป็นมา ของชน
ชาติไทย โดยมีการจัดการพิพิธภัณฑ์ในระดับมาตรฐานสากล คือ มีแสง เสียง (บทสวด) กลิ่น
(กำยาน) พร้อมระบบปรับอากาศ นอกจากพระพุทธรูปและโบราณวัตถุที่หลากหลายในทุกยุค
สมัยแล้ว ยังมีส่วนที่จัดเป็นตำหนักและพิพิธภัณฑ์เจ้าแม่กวนอิมและเทพองค์สำคัญตาม ความเชื่อของชาติต่างๆ ในเอเชีย เปิดให้เข้าชมในวันอังคาร-อาทิตย์ ปิดวันจันทร์ (กรุณาติดต่อล่วงหน้าก่อนเข้าชม) ตั้งแต่เวลา 10.00–17.30 น. ค่าเข้าชม ประชาชนทั่วไปและชาวต่างประเทศ 250 บาท นักเรียน นักศึกษา 50 บาท คณะนักศึกษาและข้าราชการที่ติดต่อมาจากสถาบัน 25 บาท โทร. 0 2321 0048, 0 2322 2434 โทรสาร 0 2322 2412

พิพิธภัณฑ์เภสัชกรรมไทย
ตั้งอยู่ที่ชั้น 3 อาคารเภสัชกรรมสมาคม เลขที่ 40 ซอยสันติสุข สุขุมวิท 38 (เยื้องซอยทองหล่อ) จัดตั้งขึ้นเพื่อให้ชนรุ่นหลังได้รู้ประวัติการแพทย์แผนไทยจนถึงปัจจุบัน จัดแสดงเรื่องราวตามหัวข้อต่างๆ ได้แก่ ต้นกำเนิดวิชาชีพเภสัชกรรม วิวัฒนาการเภสัชกรรมแผนตะวันออก และภูมิปัญญาพื้นฐาน วิวัฒนาการเภสัชกรรมไทยแผน
ตะวันตก วิวัฒนาการสมุนไพรและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ เปิดให้เข้าชมทุกวันจันทร์-ศุกร์
ตั้งแต่เวลา 10.00–16.00 น. ถ้าเข้าชมเป็นหมู่คณะควรทำหนังสือแจ้งล่วงหน้า สอบถามเพิ่ม
เติมได้ที่ โทร. 0 2391 6243, 0 2712 1627-8

พิพิธภัณฑ์อัญมณีและเครื่องประดับ
เป็นพิพิธภัณฑ์กล้อง และภาพถ่ายแห่งแรกในประเทศไทยและในเอเซีย ตั้งอยู่ที่อาคารของภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางภาพถ่ายและเทคโนโลยีทางการพิมพ์
คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นที่รวบรวมและแสดงประวัติความเป็น
มาของภาพถ่ายประวัติศาสตร์ และอุปกรณ์การถ่ายภาพต่างๆ นอกจากนี้ ยังจัดแสดงความก้าวหน้าด้านภาพสามมิติ ภาพอิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีการแยกสี รวมถึงการพิมพ์อีกด้วย เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมในวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 10.00-15.00 น. อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 20 บาท นักเรียน นักศึกษา 10 บาท ชาวต่างประเทศ 100 บาท การเข้าชมเป็นหมู่คณะต้องทำหนังสือแจ้งล่วงหน้า สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2218 5581–3

พิพิธภัณฑ์ดิน
ตั้งอยู่บริเวณด้านล่างของอาคารที่ทำการกรมพัฒนาที่ดิน ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร จัดตั้งขึ้นเป็นแห่งแรกในประเทศไทย และทันสมัยสมบูรณ์แบบที่สุดในเอเชีย ภายในพิพิธภัณฑ์ดินแห่งนี้ จัดแสดงประวัติความเป็นมาของการก่อตั้งกรมพัฒนาที่ดิน การแสดงเครื่องมือเครื่องใช้ในการสำรวจดินยุคแรก ๆ แสดงแหล่งวัตถุกำเนิดดิน การเกิดดิน รวมทั้งงานในโครงการพระราชดำริด้านต่าง ๆ และจัดแสดงหุ่นจำลองภาคหน้าตัดดิน 62 กลุ่มชุดดินทั่วประเทศ พร้อมด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เก็บรวบรวมข้อมูลวิชาการเกี่ยวกับดิน วิธีการปรับปรุงดินทั้ง 62 กลุ่มชุดดิน ที่สามารถสืบค้นหาได้ด้วยตนเอง เพื่อใช้ประโยชน์ทางการเกษตรได้อย่างคุ้มค่า
เปิดให้เข้าชมในวันเวลาราชการ จันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30 - 16.00 น. สำหรับนักเรียน นิสิต นักศึกษา เกษตรกร ท่านที่สนใจทั่วไป เข้าชมเป็นหมู่คณะและต้องการวิทยากรบรรยายให้ความรู้ ติดต่อที่ฝ่ายเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม โทร. 0  2579  8515

บ้านตุ๊กตาบางกอกดอลล์ และตุ๊กตานานาชาติ
ตั้งอยู่ในซอยวัดระฆัง ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา  จัดตั้งเมื่อปี 2535 โดยคุณภัทราวดี มีชูธน นักแสดง นักเขียน ผู้กำกับการแสดง ที่มีผลงานเป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศ และต่างประเทศ   ภัทราวดีเธียเตอร์ เป็นโรงละครเอกชนที่มีการแสดงระดับสากล ทุกวันเสาร์ อาทิตย์ และยังเป็นโรงเรียนศิลปะการแสดงที่เปิดสอนศิลปะไทยและสากลในระดับพื้นฐานไป จนถึงระดับมืออาชีพ ในบริเวณมีบริการร้านอาหารและโฮมสเตย์ สอบถามรายละเอียด โทร. 0 2412 7287

พิพิธภัณฑ์แรงงานไทย
ตั้ง อยู่ในอาคารที่ทำการเก่าของสหภาพแรงงานการรถไฟมักกะสัน ถนนนิคมรถไฟมักกะสัน เขตราชเทวี จัดแสดงเรื่องราวความเป็นมาของประวัติศาสตร์แรงงานไทย แบ่งออกเป็น 7 ห้อง
ห้องที่ 1 แรงงานบังคับไพร่-ทาส คือ ฐานของสังคมไทยโบราณ จัดแสดงเรื่องราวของแรงงานไทยตั้งแต่ครั้งโบราณ ห้องที่ 2 กุฎีจีนแรงงานรับจ้างรุ่นแรก บอกเล่าสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขา ห้องที่ 3 แรงงานในกระบวนการปฏิรูปประเทศ ในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ไทย ห้องที่ 4 กรรมกรกับการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 สภาพของแรงงานก่อนและหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ห้องที่ 5 จากสงครามโลกถึง
สงครามเย็น ชีวิตแรงงานไทยภายใต้สภาวการณ์ที่สำคัญสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และสงคราม
เย็น ห้องที่ 6 จาก 14 ตุลาถึงวิกฤตเศรษฐกิจ ชีวิตคนงานในช่วงประชาธิปไตยเบ่งบาน เรื่องราวของแรงงานสตรี แรงงานเด็ก คนขับรถบรรทุก นักมวย ห้องที่ 7 ห้องศิลปวัฒนธรรมกรรมกรจิตร ภูมิศักดิ์ เพื่อเป็นเกียรติแก่ จิตร ภูมิศักดิ์ ปัญญาชนนักคิดคน
สำคัญ แต่ละห้องใช้รูปแบบการจัดแสดงมีสื่ออุปกรณ์ต่างๆ เช่น โทรทัศน์ สไลด์ คอมพิวเตอร์ ทำให้น่าสนใจ เข้าใจง่าย เกิดความเพลิดเพลินในการชมนอกจากนี้ยังมีบริการห้องสมุด
หนังสือต่างๆ และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้แรงงาน มีศูนย์อบรมคอมพิวเตอร์สำหรับผู้ใช้
แรงงาน เปิดให้เข้าชมทุกวันพุธ-อาทิตย์ ปิดวันจันทร์-อังคารและวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 10.00–16.30 น. โดยไม่เสียค่าเข้าชม (หากเข้าชมเป็นหมู่คณะกรุณาติดต่อล่วงหน้า) สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2251 3173

พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากร
ตั้งอยู่ที่ ชั้น 2 อาคารสำนักงานไปรษณีย์นครหลวงเหนือ (หลังไปรษณีย์สามเสนใน) จัดแสดงแสตมป์ไทยตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 และแสตมป์ของประเทศสมาชิกสหภาพสากล
ไปรษณีย์ นอกจากนี้ยังมีห้องสมุดจัดเก็บหนังสือรวบรวมความรู้เรื่องการไปรษณีย์ทั้ง ภาษาไทย และภาษาต่างประเทศ ในบริเวณเดียวกันยังมีการจำหน่ายแสตมป์ และอุปกรณ์เพื่อการสะสมแสตมป์ด้วย เปิดให้เข้าชมทุกวันพุธ-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. โดยไม่เสียค่าเข้าชม สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2271 2439 

ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
ตั้งอยู่ที่ถนนรัชดาภิเษก เขตห้วยขวาง บนเนื้อที่ 23 ไร่ เป็นศูนย์กลางในการเผยแพร่ อนุรักษ์ และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมของชาติ และแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมระดับนานาชาติ ภายในศูนย์ฯ ประกอบด้วยอาคารต่างๆ เช่น โรงละคร ห้องสมุด ห้องปฏิบัติการภาษา ห้องโสตทัศนูปกรณ์ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมี “หอไทยนิทัศน์” ตั้งอยู่บนชั้น 2 ของอาคารนิทรรศการศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย จัดแสดงเรื่องราวของอารยธรรมไทยแบ่งการจัดแสดงออกเป็น ความเป็นมาของชนชาติไทย วัฒนธรรมข้าวในสังคมไทย ภาษาและวรรณคดีไทย ประเทศไทยกับโลก และวีรกรรมและเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ไทย โดยใช้วัตถุจำลอง การฉายสไลด์มัลติวิชั่น วิดิทัศน์ หอไทยนิทัศน์เปิดให้เข้าชมวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 09.30–16.00 น. หากต้องการเข้าชมเป็นหมู่คณะสามารถทำหนังสือขอเข้าชมในวันเสาร์-อาทิตย์ ได้ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2247 0028 ต่อ 4206-7, 4224

พิพิธภัณฑ์เครื่องเล่นกระบอกเสียงและหีบเสียงไทย         

ตั้งอยู่ที่ 15 ซอยลาดพร้าว 43 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง จัดตั้งโดยสมาคมนักอนุรักษ์เครื่องเล่นกระบอกเสียงและหีบเสียงไทย จัดแสดงเกี่ยวกับเครื่องเล่นกระบอกเสียงและหีบเเสียงไทยในรูปแบบต่างๆ  พิพิธภัณฑ์ฯ เปิดให้ผู้สนใจเข้าชม เฉพาะวันอาทิตย์ จำนวน 2 รอบ กำหนดให้เข้าชมรอบละไม่เกิน 10 ท่านโดยรอบเช้าเริ่ม 10.00น. และรอบบ่ายเริ่ม 14.00น. รอบละประมาณ 1 ชั่วโมง โดยผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ฯ จะเป็นผู้สาธิตและบรรยายพร้อมตอบคำถามเองทั้งหมด ใน
แต่ละรอบ สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าชม ติดต่อจองที่ โทร.02-939-9920 และ 02-939-9553 (หมายเหตุ ผู้เข้าชมต้องมีอายุมากกว่า 8 ปีขึ้นไป)  อัตราค่าเข้าชมท่านละ 100 บาท พร้อมรับหนังสือเครื่องเสียงโบราณตำนานแห่งศาสตร์และศิลป์ มูลค่าเล่มละ 350 บาทฟรี


 

ศูนย์ประติมากรรมหินทรายสยาม

ตั้ง อยู่ใกล้สี่แยกอรุณอัมรินทร์ เชิงสะพานพระราม 8 (ฝั่งธนบุรี) แขวงบางไผ่ เขตบางแค เป็นสถานที่รวบรวมประติมากรรมหินทราย และจัดแสดงผลงานของอาจารย์สมชาย  เถาทอง ประติมากรไทยผู้มีชื่อเสียง ที่สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิต ตลอดจนศิลปวัฒนธรรมในแง่มุมต่าง ๆ อันเป็นแหล่งศึกษาทางด้านศิลปะและแหล่งท่องเที่ยวไทยแห่งหนึ่ง ให้ผู้ที่รักในศิลปะหินทรายได้แวะเวียนไปชื่นชมผลงาน แฝงไปด้วยปรัชญาชีวิตที่มีคุณค่า
อาจารย์สมชาย  เถาทอง  เป็นศิลปินผู้มีประสบการณ์ทำงานแกะสลักหินทรายมากกว่า 25 ปี ทั้งในและต่างประเทศ มีผลงานประติมากรรมหินทรายในรูปแบบที่ไม่ซ้ำกันมากมายนับร้อยชิ้น รวมทั้งผลงาน Mass Sculpture ขนาดใหญ่กว่า 20 เมตร และมีน้ำหนักกว่า 20,000 กิโลกรัม โดยถ่ายทอดเรื่องราวออกมาเป็นรูปแกะสลักหินทรายที่หลากหลาย เช่น เด็ก สัตว์ ศาสนา  และกลุ่มแอ็บสแทรค เป็นต้น ศูนย์ประติมากรรมหินทรายสยามเปิดให้ชมทุกวันอังคารถึง
วันอาทิตย์   ตั้งแต่เวลา 12.00-18.00 น. โดยไม่เสียค่าเข้าชม สอบถามเพิ่มเติมได้ที่
โทร. 0 2454 8971


พิพิธภัณฑ์เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงห์เสนี)

พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่บนถนนลาดพร้าว 112 เขตวังทองหลาง เป็นสถานที่รวมรวมข้อมูลทางประวัติศาสตร์ในสมัยของเจ้าพระยาบดินทร เดชา ภายในพิพิธภัณฑ์เจ้าพระยาบดินทร เดชา ประกอบด้วยเรือนไทย 3 หลัง ได้แก่ เรือนท่านเจ้าพระยา เป็นเรือนหลังกลางจัดแสดงอาวุธ รูปหล่อ สิ่งของ ภาพวีรกรรม ภาพอนุสรณ์สถานที่เกี่ยวข้องกับเจ้าพระยาบดินทรเดชา เรือนรัชดาบดินทร จัดแสดงประวัติและเกียรติประวัติด้านต่าง ๆ ของโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) และผู้ที่เกี่ยวข้องตั้งแต่เริ่มก่อตั้งโรงเรียน รวมทั้งประวัติการก่อตั้งสาขาของบดินทรเดชา  และเรือนศิลปนิทัศน์ จัดแสดงศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิตคนไทย ขนบธรรมเนียมและสิ่งของเครื่องใช้ในสมัยรัชกาลที่ 3 ส่วนชั้นล่างของอาคารเป็นห้องจำหน่ายของที่ระลึก 
เจ้าพระยาบดินทรเดชา เกิดในสมัยกรุงธนบุรี รับราชการอยู่ในกองทัพสมัยรัชกาลที่ 1-3 เป็นบุคคลที่มีความสำคัญยิ่งในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยมีบทบาททั้งในด้านการทหาร การทูต การเมืองและเศรษฐกิจ  เปิดให้เข้าชมวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.30-15.30 น. เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2538 3964.


อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนน

ตั้งอยู่ที่ถนนสมเด็จเจ้าพระยา ซอย 3 เขตคลองสาน จัดเป็นสวนสาธารณะ และพิพิธภัณฑ์ ในบริเวณชุมชนวัดอนงคารามซึ่งเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระศรีนครินทราบรม ราชชนนี เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ ภายในมีอาคารพิพิธภัณฑ์ 2 หลัง จัดแสดงเกี่ยวกับพระราชประวัติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ประวัติชุมชนวัดอนงคาราม พระราชกรณียกิจ พระราชจริยวัตร และงานฝีพระหัตถ์ของสมเด็จย่า และมีศูนย์ศิป์ศรีพิพัฒน์ จัดแสดงนิทรรศการศิลปะและวัฒนธรรมไทยหมุนเวียนตลอดปี อุทยานฯ เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00–18.00 น. และส่วนพิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชม ตั้งแต่เวลา 09.00–16.00 น. เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ โทร. 0 2437 7799, 0 2439 0902, 0 2439 0896


หอสมุดดำรงราชานุภาพ 
ตั้งอยู่ ณ บริเวณวังวรดิศ ถนนหลานหลวง เป็นห้องสมุดอนุสรณ์แด่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นพระบิดาแห่งประวัติศาสตร์ไทย พระองค์ได้รับการยกย่องจากองค์การ UNESCO ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก รวบรวมหนังสือซึ่งพระองค์ได้สะสมไว้ทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ ประมาณ 7,000 เล่ม รวมทั้งมีห้องจัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้ส่วนพระองค์ด้วย เปิดให้บริการทุกวันจันทร์ - ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.30 - 16.30 น. ปิดวันเสาร์ - อาทิตย์ และวันหยุดราชการ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2282 9110, 0 2281 7577

พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก
เคยเป็นบ้านที่อยู่อาศัยของครอบครัวสุรวดี และได้จัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก ในปี 2534  โดยยังคงบรรยากาศเดิมไว้ทั้งภายนอกและภายใน  มีสิ่งของเครื่องใช้แสดงความเป็นอยู่ของคนกรุงเทพฯในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา
ภายในบริเวณประกอบด้วยอาคารสามหลัง ได้แก่ เรือนปั้นหยาสองชั้นซึ่งสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2480 หลังที่สองเคยเป็นที่พักนายแพทย์ชาวอินเดียซึ่งสำเร็จการศึกษาจากอังกฤษ และหลังที่สามเป็นห้องแถว ชั้นล่างจัดแสดงเครื่องครัว เครื่องมือช่าง ส่วนชั้นบนจัดตั้งเป็น "พิพิธภัณฑ์เขตบางรัก"

พิพิธภัณฑ์อัยการไทย
อยู่ที่ชั้น 11 ของอาคารสำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก ตั้งขึ้นเนื่องในวาระแห่งการ
เฉลิมฉลอง 100 ปีแห่งการสถาปนาสถาบันอัยการไทยในปี พ.ศ. 2536 เพื่อรวบรวมทรัพย์สินทางนิติศาสตร์ที่มีค่าของประเทศ เช่น อุปกรณ์ ของใช้ในห้องทำงานอัยการ หนังสือกฎหมายโบราณ และบันทึกหลักฐานสำนวนคดีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ เปิดให้เข้าชมทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00-16.00 น. ไม่เก็บค่าเข้าชม โทร. 0 2541 2951, 0 2541 2934

พิพิธภัณฑ์หินแปลก

ตั้งอยู่ที่ 1048-1054 ถนนเจริญกรุง เขตบางรัก ภายในพิพิธภัณฑ์จัดหินแปลก หินหยก ฟอสซิล หินธรรมชาติ และหินย้อย ที่ได้มาจากที่ต่างๆ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศทั่วโลก จัดแสดงออกเป็น 3 ชั้นด้วยกัน ได้แก่ ชั้นที่ 1-2 จัดแสดงหินแปลก เป็นรูปลักษณ์ต่าง ๆ จำนวน
มากกว่า 2,000 ชิ้น อาทิ กระดานหมากรุกจีน รูปนกเค้าแมว รูปหมียืน และชั้นที่ 3 เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เขี่ยบุหรี่ จัดแสดงที่เขี่ยบุหรี่ อาทิ ไฟแช็กชนิดต่าง ๆ, ที่เปิดขวดรูปต่าง ๆ, ที่เขี่ยบุหรี่ทองเหลืองลงยา เครื่องเงินไทย เครื่องดินเผา เครื่องเคลือบทั้งของประเทศไทย และประเทศต่าง ๆ, รองเท้า, ผีเสื้อ, รถสมัยโบราณ, เครื่องบิน, ที่เขี่ยบุหรี่โทรศัพท์พร้อมไฟแช็ก และปลอกกระสุนปืน เป็นต้น เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-17.30 น. ค่าเข้าชม
ชาวไทย 50 บาท ชาวต่างประเทศ 100 บาท เด็ก 20 บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2236 5655, 0 2236 5666, 0 2236 5712, 0 2237 5535-6


พิพิธภัณฑ์เขตบางรัก 
ตั้งอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก ซอยเจริญกรุง 43 ตรงข้ามไปรษณีย์กลางบางรัก รถประจำทางที่ผ่าน ถนนเจริญกรุง สาย 1, 16, 35, 75 และ 93 จัดแสดงประวัติศาสตร์ความเป็นมาของบางรักซึ่งสันนิษฐานว่ามีชุมชนตั้งอยู่ ตั้งแต่สมัยอยุธยา ปรากฎหลักฐาน คือ วัดยานนาวา ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมสมัยอยุยารวมทั้งความเป็นชุมชนที่มีหลายเชื้อชาติเข้ามา ตั้งหลักแหล่งทั้ง ไทย จีน ฝรั่ง แขก โดยมีชาวโปรตุเกสเข้ามาอาศัยเป็นชาติแรก ตลอดถึงเรื่องราวของการวิวัฒนาการย่านการค้าของบางรัก จุดเริ่มต้นของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ได้จัดแสดงสถานที่ที่น่าสนใจซึ่งเกี่ยวกับภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ของชุมชน อาทิ ศุลกสถาน อาสนวิหารอัสสัมชัญ โบสถ์สืบสัมพันธวงศ์ โรงพยาบาลเลิดสิน วัดมหาพฤฒารามวรวิหาร วัดศรีมหาอุมาเทวี  โดยเขตนี้มีคำขวัญว่า "ย่านตากอากาศ ชุมชนนานาชาติ ทำเลทองธุรกิจ" เปิดให้บริการทุกวันพุธ-วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00-15.00 น. (ปิดวันจันทร์-อังคาร) ไม่เสียค่าเข้าชม สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2246 0301

พิพิธภัณฑ์บ้านไทย จิม ทอมป์สัน    
ตั้งอยู่ในซอยเกษมสันต์ ซอย 2 ถนนพระรามที่ 1 ตรงข้ามสนามกีฬาแห่งชาติ เป็นบ้านเรือนไทยของนายทหารอเมริกัน ผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมไหมไทย ภายในหมู่เรือนไทยภาคกลางซึ่งจิม ทอมป์สัน ได้ซื้อมาจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มาปลูกใหม่ริมคลองแสนแสบที่กรุงเทพฯ ภายในแบ่งเนื้อที่ใช้สอยเป็นห้องอ่านหนังสือ ห้องนอน ห้องอาหาร ห้องนั่งเล่น ล้วนประดับตกแต่งด้วยศิลปกรรมโบราณวัตถุที่ทรงคุณค่า มีส่วนที่เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ผ้าไหมและร้านจำหน่ายผ้าไหมอีกด้วย เปิดให้เข้าชมทุกวัน เว้นวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00–17.00 น. อัตราค่าเข้าชมคนละ 100 บาท เยาวชนอายุต่ำกว่า 25 ปี ราคา 50 บาท เด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี และผู้สื่อข่าว เข้าชมฟรี สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2215 0122, 0 2216 7368, 0 2612 3744

สยามนิรมิต
ตั้งอยู่ที่ถนนเทียมร่วมมิตร เยื้องศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ข้างสถานทูตเกาหลีใต้ เขตห้วยขวาง เป็นสถานที่จัดแสดงโชว์ศิลปวัฒนธรรมไทยรูปแบบใหม่ ระดับมาตรฐานโลก นำเสนอเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี วิถีชีวิต และคติความเชื่อของชนชาวสยาม ผ่านการนำเสนอโดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ทั้งฉาก ระบบแสง สี เสียง ภาพ และเทคนิคพิเศษบนเวทีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ด้วยทุนสร้างนับพันล้านบาท เพื่อให้เป็นอัครการแสดงที่เป็นความภูมิใจของคนไทย และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมสำหรับต้อนรับบุคคลสำคัญและนัก ท่องเที่ยวจากทั่วโลก
โรงละครรองรับผู้เข้าชมได้กว่า 2,000 ที่นั่ง เปิดแสดงวันละ 1 รอบ เวลา 20.00 น. ค่าบัตรเข้าชม 1,500 บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2649 9222 หรือเว็บไซต์ www.siamniramit.com

การแสดงโขน ศาลาเฉลิมกรุง
ศาลาเฉลิมกรุงตั้งอยู่ที่ถนนเจริญกรุง เขตพระนคร เดิมเป็นโรงภาพยนตร์เฉลิมกรุง ต่อมาได้มีการปรับปรุงให้เป็นโรงละครที่ทันสมัย โดยมีการนำเอาเทคนิคพิเศษมาประกอบการแสดงหลากหลายประเภท อาทิ โขน ละครเวที ละครย้อนยุค และภาพยนตร์หมุนเวียนกันไป ติดต่อ โทร. 0 2225 8757–8, 0 2623 8148-9
ตั้งแต่ปี 2549 มูลนิธิศาลาเฉลิมกรุง ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ได้จัดโครงการ โขน-ศาลาเฉลิมกรุงขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองเนื่องในมหามงคลสมัยที่พระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี โดยได้จัดแสดงตลอดปี 2549 นอกจาก โขน ซึ่งเป็นนาฏกรรมชั้นสูงของไทยแล้ว สถานที่จัดแสดง คือ ศาลาเฉลิมกรุงก็เป็นโรงมหสพหลวงที่มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่ากึ่งศตวรรษ เป็นเสมือนสถาบันสัญลักษณ์แห่งการนำเสนอศิลปวัฒนธรรมประจำชาติด้วยรูปแบบของ การแสดงอันวิจิตรตระการตา ถูกต้องตามขนบจารีตแบบแผน ซึ่งจะทำให้คนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเยาวชนได้ตระหนัก ซาบซึ้ง และภาคภูมิใจในคุณค่าแห่งศิลปวัฒนธรรม
ประจำชาติ เป็นการสืบอายุศิลปะและศิลปินไทยให้ดำรงอยุ่อย่างยืนยาว และส่งผลดีต่อเกียรติภูมิของประเทศด้วย        
การแสดงโขน ศาลาเฉลิมกรุง  แสดงทุกวันศุกร์และเสาร์ เริ่มเวลา19.30 น. ใช้เวลาแสดง 1 ชั่วโมง
30 นาที บัตรราคา 1,000 และ 1,200 บาท จองบัตรได้ที่ศาลาเฉลิมกรุง โทร. 0-2623-8148-9, 0-2225-8757-8

ซาฟารีเวิลด์

ตั้งอยู่เลขที่ 99 ถนนรามอินทรา บริเวณกิโลเมตรที่ 9 เขตมีนบุรี มีเนื้อที่ประมาณ 430 ไร่ แบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่หนึ่ง คือ ซาฟารีปาร์ค ซึ่งเป็นสวนสัตว์เปิด มีสัตว์ต่างๆ เช่น ม้าลาย กวาง ยีราฟ นก เสือ สิงโต หมี ฯลฯ ให้นักท่องเที่ยวได้นั่งรถชมชีวิตความเป็นอยู่ของสัตว์ตามธรรมชาติโดยรถส่วน ตัว หรือรถบริการพร้อมผู้บรรยายของซาฟารีเวิลด์ ส่วนที่สอง คือ มารีนปาร์ค หรือสวนน้ำ มีสัตว์น้ำ และสัตว์ชนิดต่างๆ ที่หาดูให้ชมยาก รวมทั้งการแสดงต่างๆ เช่น การแสดงของปลาโลมา, นก,
แมวน้ำ และลิง เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารและเกมส์ต่างๆ เช่น เกมส์ปาเป้า ยิงปืน โยนบ่วง ฯลฯ ไว้บริการ ซาฟารีเวิลด์เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. อัตราค่าเข้าชม คนไทย 
ผู้ใหญ่ 470 บาท เด็ก 330 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 750 บาท เด็ก 450 บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่
โทร. 0 2518 1000-19, 0 2914 4100-9


สวนสยาม   
ตั้งอยู่ที่ถนนเสรีไทย(สุขาภิบาล 2) คันนายาว เขตบึงกุ่ม สวนสยาม ทะเล-กรุงเทพฯ เป็นสวนพักผ่อนใจที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ด้วยเนือที่กว่า 300 ไร่ ประกอบด้วยสวนน้ำระดับเวิร์ลคลาส ทั้งทะเลน้ำจีด ธารน้ำวน สไลเดอร์ยักษ์ สวนสนุกที่ประกอบด้วยเครื่องเล่นระดับโลกมากมายกว่า 30 ชนิด เช่น Vortex  รถไฟเหาะตีลังกาเกลี่ยวสว่าแบบห้อยขาที่ใหญ่ที่สุดในโลก,  Boomerang  รถไฟเหาะตีลังกา
ถอยหลัง ความเร็ว 80 กม./ชม.  Si-Am Tower  หอคอยชมวิววขนาดยักษ์ สูงทีสุดในเอเขียตะวันออกเฉียงใต้, Giant Drop ยักษ์ตกตึก ดิ่งพสุธาจากความสูง 75 เมตร จนถึงเครื่องเล่นสำหรับเด็กๆ ในสมอลเวิร์ล และยังมี Jurassic Adventure ผจญภัยแดนไดโนเสาร์  และ Africa Adventure ท่องป่าแอฟริกา ใหม่ล่าสุด ซึ่งจะเปิดให้บริการในเดือนตุลาคม 2551 นี้ สวนสยาม ทะเล-กรุงเทพฯ เดินทางสะดวกทั้งถนนเสรีไทย ( 5 กม. จากบางกะปิ)  และถนนรามอินทรา (กม.12 ก่อนถึงมีนบุรี)  อยู่ไม่ไกลจากสนามบินสุวรรณภูมิ (ถนนวงแหวนรอบนอกฝั่ง ตะวันออก ทางออกถนนเสรีไทย )
เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-18.00 น. สอบถามเพิ่มเติมและอัตราค่าเข้าชมได้ที่ โทร. 0 2919 7200-19

โรงละครแห่งชาติ
ตั้งอยู่ข้างสะพานพระปิ่นเกล้า แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรมศิลปากรจัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2508 เพื่อเป็นสถานที่จัดแสดงศิลปวัฒนธรรมของชาติด้านนาฎดุริยางค์ศิลป์ และเป็นศูนย์กลางการเผยแพร่แลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมกับนานาชาติ สอบถามกำหนดการแสดง ได้ที่ โทร. 0 2224 1342 และ 0 2221 4885

หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
สร้างขึ้นตามพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้า สิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ตั้งอยู่บริเวณที่ทำการของธนาคารกรุงเทพ สาขาสะพานผ่านฟ้า และศูนย์สังคีตศิลป์เดิม ปรับปรุงใหม่เป็นหอศิลป์ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2545  สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน
พ.ศ. 2544  สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินมาพระราชทานรางวัลและเสด็จทอดพระเนตรผลงานจิตรกรรมบัวหลวง ต้นแบบภาพปัก ณ ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่  นายชาตรี โสภณพนิช ประธานกรรมการธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับผู้มีจิตศรัทธาอีกหกท่านได้ทูลเกล้าฯ
ถวายเงินจำนวน ๗ ล้านบาท เพื่อทรงใช้สอยตามพระราชอัธยาศัย พระองค์ได้มีพระมหากรุณาธิคุณ
โปรดเกล้าฯ พระราชทานเงินจำนวนนี้แก่ นายชาตรี โสภณพนิช ให้เป็นทุนประเดิมในการสร้างหอศิลป์ สำหรับใช้เป็นที่จัดการแสดงของศิลปินไทยโดยเฉพาะศิลปินรุ่นใหม่ที่มีผลงานดี เด่น แต่ยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลาย ตลอดจนศิลปินอาวุโสที่ได้รับการยกย่อง  และได้รับพระราชทาน
พระราชานุญาตให้อัญเชิญพระนามาภิไธย เป็นมงคลนามว่า หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นประธานในพิธ
ีเปิดเมื่อ วันเสาร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2546 แต่ละชั้นจัดแสดงนิทรรศการหัวข้อต่างๆ เช่น  ภาพจิตรกรรมบัวหลวง และนิทรรศการหมุนเวียน  ด้านนอกอาคารมีร้าน Gallery Shop ขายของที่ระลึกจากผลงานทางศิลปะของศิลปินหลายท่าน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืด สูจิบัตร หนังสือและของที่ระลึกจากนิทรรศการ และมีร้าน Gallery Cafe  จำหน่ายกาแฟสดรสไทยสไตล์อิตาเลียน บรรยากาศนั่งสบาย ริมถนนราชดำเนิน เปิด :
วันพฤหัสบดี - อังคาร ปิด : วันพุธ เวลา : 10.00 - 19.00 น.

สวนสราญรมย์
เดิมเป็นที่ประทับของพระบรมวงศานุวงศ์และเป็นสถานที่รับรองพระราชอาคันตุกะ จากต่างประเทศในสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นที่จัดงานฤดูหนาวตลอดรัชสมัยของรัชกาลที่ 6 และเป็นที่ตั้งของสมาคม “สโมสรคณะราษฎร” ในสมัยรัชกาลที่ 7 ต่อมาได้มอบให้เทศบาล
กรุงเทพฯ (ปัจจุบัน คือ กรุงเทพมหานคร) เพื่อปรับปรุงให้เป็นสวนรุกชาติและสวนสาธารณะ
ใจกลางพระนครมาจนถึงปัจจุบัน  เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 05.00 – 20.00 น.

สวนรมณีนาถ
ในอดีตบริเวณนี้เคยเป็นสถานที่คุมขังและอบรมผู้ต้องขัง จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2535 กรมราชทัณฑ์ได้ทำการย้ายเรือนจำออกไป แล้วจัดสร้างสวนแห่งนี้ขึ้น เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวโรกาสสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรม ราชินีนาถทรงเจริญพระชนม์พรรษาครบ 5 รอบ ในช่วงเช้าและเย็นจะมีผู้คนมาเดิน วิ่ง และออกกำลังกาย นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ราชทัณฑ์ ตั้งอยู่ที่อาคารแดน 9 ภายในมีการจัดแสดงเครื่องมือลงทัณฑ์และวิวัฒนาการของการราชทัณฑ์ไทย

 
พระที่นั่งและสวนสาธารณะสันติชัยปราการ   
ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณถนนพระอาทิตย์ รัฐบาลและประชาชนได้ดำเนินการจัดสร้างขึ้นเนื่อง
ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม 2542 ด้านหน้าสวนมีป้อมพระสุเมรุ ซึ่งเป็นป้อมที่สร้างตามแนวกำแพงพระนครชั้นนอกตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 ส่วนด้านที่ติดแม่น้ำเจ้าพระยามีทางเดินชมทัศนียภาพริมแม่น้ำ และต้นลำพูสองต้นสุดท้ายที่เหลืออยู่
ในย่านบางลำพูแห่งนี้

พระบรมรูปทรงม้า
พระบรมรูปทรงม้า สร้างขึ้นในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อ พ.ศ. 2451 ด้วยเงินที่ประชาชนได้เรี่ยไรสมทบทุน โดยจ้างนายช่างชาวฝรั่งเศสแห่งบริษัท ซุซ เซอรเฟรส ฟองเดอร์ หล่อมาจากกรุงปารีส ส่วนเงินที่เหลือพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงนำไป
ใช้สร้าง มหาวิทยาลัยขึ้น มีนามตามพระปรมาภิไธยว่า “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย”




หอสมุดแห่งชาติ
หอสมุดแห่งชาติ เดิมริเริ่มตั้งขึ้นในพระบรมมหาราชวังมีชื่อว่า “หอสมุดวชิรญาณ” ต่อมาได
้ขยับขยาย มาสร้างขึ้นบริเวณท่าวาสุกรี ในปี พ.ศ. 2509 เป็นอาคารใหญ่สูง 4 ชั้น ปัจจุบันได้ขยายการบริหารค้นคว้าออกไปมาก ประกอบด้วย หอพระสมุดวชิรญาณ ใช้เป็นสถานที่เก็บศิลาจารึก และตู้พระธรรม ห้องสมุดดนตรีทูลกระหม่อมบริพัตร ห้องหนังสือภาษาโบราณ ศูนย์นราธิปเพื่อการวิจัยทางสังคมศาสตร์ ห้องโสตทัศนวัสดุ สุนทราภรณ์ นอกจากนี้ยังมีบริการฉายภาพยนตร์สารคดี และจัดอภิปรายที่ห้องประชุมหอสมุดฯ และนิทรรศการต่างๆ ที่จัดขึ้นเป็นประจำ เปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00-19.30 น. เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2281 5313

อุทยานเบญจสิริ
อยู่ใกล้กับห้างดิ เอ็มโพเรียม สร้างขึ้นเนื่องในวโรกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระชนมพรรษาครบ 60 พรรษาในปี 2535 ภายในเป็นสวนดอกไม้ สนมเด็กเล่น ลานอเนกประสงค์ สระว่ายน้ำ ในช่วงเช้าและเย็นจะมีผู้คนมาวิ่งออกกำลังกาย และนั่งพักผ่อน เปิดทุกวันจันทร์–ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 05.00 – 20.00 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2262 0810

สวน เบญจกิติ
เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางเมือง บนพื้นที่ 130 ไร่รอบบึงน้ำของโรงงานยาสูบเก่า ติดกับศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ บริเวณถนนรัชดาภิเษกและถนนพระราม 4 สร้างขึ้นในวโรกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ
5 รอบ ภายในสวนมีทัศนียภาพที่สวยงามของบึงน้ำใหญ่ซึ่งมีฉากหลังเป็นหมู่ตึกสูง ของกรุงเทพฯ มีลานน้ำพุ ลานสุขภาพ ที่มีอุปกรณ์การออกกำลังกายหลายชนิด มีป้ายบอกวิธีการใช้ มีทางเดิน
ทางวิ่ง ทางจักรยาน รอบบึงน้ำยาวกว่า 2 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังพระพุทธรูปประจำสวนคือ พระพุทธวิสุทธิมงคล และประติมากรรมต่างๆ 
สวนเบญจกิติสามารถเดินทางมาถึงได้โดยรถไฟฟ้า BTS เปิดให้บริการทุกวันระหว่างเวลา
05.00-20.00 น.

 
ทีเค พาร์ค อุทยานการเรียนรู้
  TK Park มาจากคำว่า Thai Knowledge Park ตั้งอยู่ในเซ็นทรัลเวิลด์พลาซ่า ชั้น 6 เป็น
แหล่งความรู้ ในรูปแบบที่ทันสมัย และสนุกสนาน เพื่อเสริมความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ
ของเยาวชน ประกอบด้วย -  ห้องสมุดมีชีวิต รวบรวมหนังสือประเภทต่าง ๆ ที่เยาวชนสนใจ
บริการอินเตอร์เน็ต ในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ทันสมัย -  ลานสานฝัน พื้นที่สำหรับผู้ที่ชอบ
แสดงออก ทำกิจกรรมเสวนา และเวิร์คช็อป
-  มินิเธียเตอร์ นำเสนอเทคนิคภาพยนตร์เสมือนจริง (Virtual Reality) แห่งแรกในประเทศไทยนอกจากนี้ยังมีมุมเครื่องดื่มและร้านขายของประดิษฐ์จากฝีมือ เยาวชน  เปิดบริการทุกวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 11.00-20.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา
10.00-20.00 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2250 7619-20

อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
ตั้งอยู่ที่ถนนพหลโยธิน รัฐบาลสมัยจอมพล ป. พิบูลสงครามได้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2484 เพื่อเทิดทูน วีรกรรมของทหาร ตำรวจ และพลเรือนที่เสียชีวิตไปในกรณีพิพาทระหว่างไทยกับฝรั่งเศส เรื่องการปรับปรุงพรมแดนไทยกับอินโดจีนใหม่ กรณีพิพาทยุติลงด้วยการเจรจาประนีประนอมของ
ทั้งสองฝ่าย จากเหตุการณ์ในครั้งนั้นมีผู้เสีย ชีวิต 59 คน รัฐบาลจึงสร้างอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิขึ้นเพื่อ
เป็นเกียรติความดีของวีรชนที่มและเทอดทูนคุณงาม ีความกล้าหาญและเสียสละ

ภัทราวดีเธียเตอร์   
ตั้งอยู่ในซอยวัดระฆัง ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา  จัดตั้งเมื่อปี 2535 โดยคุณภัทราวดี มีชูธน นักแสดง นักเขียน ผู้กำกับการแสดง ที่มีผลงานเป็นที่ยอม
รับทั้งในประเทศ และต่างประเทศ   ภัทราวดีเธียเตอร์ เป็นโรงละครเอกชนที่มีการแสดงระดับสากล ทุกวันเสาร์ อาทิตย์ และยังเป็นโรงเรียนศิลปะการแสดงที่เปิดสอนศิลปะไทยและ
สากลในระดับพื้นฐานไป จนถึงระดับมืออาชีพ ในบริเวณมีบริการร้านอาหารและโฮมสเตย์ สอบถามรายละเอียด โทร. 0 2412 7287

  เดอะ สีลมแกลเลอเรีย อาร์ตสเปซ (นิทรรศการศิลปะหมุนเวียน)
  เดอะ สีลมแกลเลอเรีย อาร์ตสเปซ  เป็นห้องแสดงนิทรรศการหมุนเวียนการรวมผลงานทางศิลปะที่มากที่ สุด   ใหญ่ที่สุด   และหลากหลายที่สุด  การจัดนิทรรศการทางศิลปะจะเป็นจุดเชื่อมโยงอันดีระหว่างกลุ่มศิลปิน
และกลุ่ม ผู้สนใจงานศิลปะ   ทั้งนักเรียน  นักศึกษา  และประชาชนทั่วไป     ในการพบปะแลกเปลี่ยนมุม
มองทางความคิด  และน่าจะได้รับความสนใจและการตอบรับจากผู้ชม
เป็นจำนวน
มากทั้งชาวไทยและชาว ต่างประเทศ     ห้องนิทรรศการตั้งอยุ่ในอาคารรเดอะ สีลมแกลเลอเรีย ถนนสิลม เขตบางรัก  สอบถามโปรแกรมการจัดนิทรรศการ โทร. 02 630 3006-7 

สวนน้อยรักษา 
สวนน้อยรักษาตั้งอยู่เลขที่ 76/8 หมู่ 11 ถนนเพชรเกษม 69 แขวงบางบอน เป็นสวนมะม่วงพันธุ์มะม่วงขาวนิยม (น้ำดอกไม้มัน)  ประมาณพ.ศ.2510 คุณพ่อชาว น้อยรักษา ได้นำเมล็ดมะม่วงเขียวเสวยมาปลูกและบิงเอิญมีต้นที่กลายพันธุ์ 1 ต้น ซึ่งมีลักษณะโดดเด่นไม่เหมือนใครกล่าวคือ มิผลใหญ่ รูปทรงสวยงาม รับประทานดิบๆจะคล้ายเขียวเสวย และรับประทานสุกจะคล้ายน้ำดอกไม้ คุณพ่อขาวจึงตั้งชื่อว่า " น้ำดอกไม้มัน"  และได้ขยายพันธุ์ปลูกในกลุ่มพี้น้องในพื้นที่เขตบางบอน เขตหนองแขม
ในพื้นที่กว่า 100 ไร่ และกรมวิชาการเกษตรประกาศรับรองพันธุ์พืชขี้นทะเบียนเมื่อวันที่ 4 มกราคม ให้ชื่อว่าพันธุ์ "ขาวนิยม"  ลักษณะเด่นมะม่วงขาวนิยม (น้ำดอกไม้มัน) จะมีผลขนาดใหญ่ รูปทรงสวยงาม ผิวหนา รับประทานได้ทั้งดิบและสุก เนื้อแน่น สอบถามเพิ่มเติม.โทร. 0 2445 5500

ตลาดธนบุรี สนามหลวง 2ิ
ตั้งอยู่ที่ถนนเลียบคลองทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา เป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าคุณภาพดีราคาถูก ย่านฝั่งธนบุรี มีพันธุ์ไม้นานาชนิด อุปกรณ์จัดสวน  และสินค้าต่าง ๆ มากมาย เปิดทุกวัน เวลา
9.00-16.00 น. ติดต่อ โทร. 0-2421-4523-4

 
ถนนข้าวสาร
ตั้งอยู่ใกล้ย่านบางลำพู และถนนราชดำเนินกลาง เป็นแหล่งที่พักราคาประหยัดยอดนิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติและเป็นจุดนัดพบ นักเดินทางทั่วโลกที่มาเที่ยวกรุงเทพฯ  ตลอดระยะทาง 500 เมตร กิโลเมตรของถนนข้าวสาร เรียงรายด้วยเกสท์เฮ้าส์ ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ร้านเสื้อผ้า และบริการท่องเที่ยวต่าง ๆ มากมาย  นอกจากนี้ถนนข้าวสารยังเป็นสถานที่จัดงานเทศกาลสงกรานต์ยอดนิยมของกรุงเทพฯ

สะพานพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก

สะพานพระพุทธยอดฟ้า ซึ่งเป็นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งแรกนั้น เป็นพระราชดำริใน
รัชกาลที่ ๔ เพื่อที่จะแก้อาถรรพณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๑ แต่ยังไม่มีเทคโนโลยีสร้าง
ได้ในสมัยนั้น มาสำเร็จสมัยรัชกาลที่ ๗ ในงานฉลองกรุงรัตน โกสินทร์ ๑๕๐ ปีพอดี

 


ปากคลองตลาด
ตั้งอยู่ใกล้กับโรงเรียนสวนกุหลาบ และสะพานพุทธฯ เป็นตลาดค้าส่งและปลีก ดอกไม้ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีดอกไม้นานาชนิดให้เลือกซื้อมากมาย สดทุกวัน ราคาไม่แพงเพราะเป้นแหล่งราคาส่งเลย แต่ถ้าไปซื้อช่วงฤดูเทศกาล ราคาอาจจะแพงขึ้นเพราะของอาจจะน้อย ยังไงก็ลองไปแวะเที่ยวชมกันดูน่ะครับ

สะพานพระราม 8
สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีความสวยงามโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของกรุงเทพฯ เชื่อมเขตพระนครกับเขตบางพลัด และถนนคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนี  เป็นสะพานขึงสายเคเบิ้ล มีความยาว 475 เมตร บริเวณเชิงสะพานฝั่งธนบุรี จัดทำเป็นสวนสาธารณะริมแม่น้ำ  หรือสวนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ซึ่งเป็นที่ตั้งของพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันท มหิดล

ตลาดน้ำวัดไทร   
ตั้งอยู่ในเขตจอมทอง ฝั่งธนบุรี เคยเป็นแหล่งเที่ยวชมวิถีชีวิตทางน้ำที่เคยรุ่งเรืองในอดีต แต่ได้ถูกทิ้งร้างให้ซบเซาเนื่องจากมีถนนหลายสายเกิดขึ้นในพื้นที่ ปัจจุบันได้รับการฟื้นฟูให้เป็น
แหล่งท่องเที่ยวร่วมสมัยที่สวยงามอีกครั้ง หนึ่ง นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางท่องเที่ยว
ไปตามทางน้ำเส้นทางสายประวัติศาสตร์ ที่คลาคล่ำไปด้วยเรือขายสินค้าจากสวนและ
การซื้อขายสินค้าบนบกริมฝั่งคลอง สนามชัยหน้าตลาดน้ำวัดไทร โดยเฉพาะในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และแวะชมตำหนักทอง
หอกลองเก่า สถาปัตยกรรมสมัยอยุธยาในวัดไทร เก๋งจีนที่ประทับ
รัชกาลที่ 3 ตุ๊กตาจีนล้ำค่า ในวัดราชโอรส นมัสการพระพุทธรูปทรงเครื่องจักรพรรดิ์และภาพเขียนเรื่องสามก๊กที่วัดนางนอง นมัสการหลวงปู่เฒ่าวัดหนัง และชมการแสดงสาธิตการจับงูที่สวนงูริมฝั่งคลองด่าน การเดินทาง สามารถใช้ถนนเอกชัยซึ่งตัดผ่านวัดไทร หรือนั่งรถประจำทางสาย 43 หรือ 120 จากวงเวียนใหญ่ หากเดินทางทางเรือสามารถเช่าเรือจากท่าช้างล่องมาตามแม่น้ำเจ้าพระยาและเข้า คลองต่าง ๆ มายังตลาดน้ำวัดไทรได้

บ้าน ม.ร.ว.คึกฤทธิ์
ตั้งอยู่เลขที่ 19  ซอยพระพินิจ ถนนสาทรใต้  เป็นบ้านเรือนไทยของหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์
ปราโมช ปูชนียบุคคลท่านหนึ่งที่มีความสำคัญต่อประเทศไทยทั้งด้านการเมืองและศิลปะ เป็นหมู่เรือนไทยที่เป็นที่อยู่อาศัยประกอบด้วยเรือนไม้สักขนาดต่างๆ กัน 5 หลัง  หอนก และ
หอพระ มีนอกชานเชื่อมถึงกันตลอด ชั้นล่างเป็นใต้ถุนโล่ง มีศาลาไทยหลังใหญ่หน้าบ้านแยกไปจากกลุ่มเรือนที่เป็นที่อยู่อาศัยเพื่อใช้ ประกอบกิจกรรมต่างๆ  เปิดวันเสาร์ อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์  เวลา 10.00-17.00 น. ค่าเข้าชมคนละ 50 บาท  สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2286 8185 , 0 2287 2937-8   โทรสาร 0 2679 3630 (เข้าชมเป็นหมู่คณะในวันอื่นทำจดหมาย เรียนคุณอัธยา วงษ์วิจิตร ล่วงหน้าอย่างน้อย 1
สัปดาห์ )
การเดินทาง นั่งรถประจำทางสาย 67, 22 ลงซอยสวนพลู หรือ นั่งรถประจำทางสาย 77 ลงถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ซอย 7 เดินเข้าไป 150 เมตร

เยาวราช
ถนนเยาวราชเป็นย่านชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีน ได้สมญานามว่าเป็นถนนสายทองคำ  เป็นแหล่งรวมร้านทองคำรูปพรรณเก่าแก่คุณภาพดี รวมทั้งร้านขายหมูแผ่น หมูหยองที่ดังไกลถึงต่างประเทศและยามค่ำคืนยังเป็นที่รวบรวมสุดยอดร้านอาหาร อร่อยหลากหลายร้าน และสุดถนนเส้นนี้บริเวณวงเวียนโอเดียนจะพบเห็นซุ้มประตูเฉลิม
พระเกียรติ
เป็น สัญลักษณ์ของไชน่าทาวน์ ที่ชาวไทยเชื้อสายจีนในเขตสัมพันธวงศ์สร้างขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติในวโรกาส ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนมายุครบ 6 รอบ ในวันที่ 5 ธันวาคม 2542       


ศาลเจ้าพ่อเสือ 
ลักษณะอาคารสร้างตามรูปแบบศาลเจ้าที่นิยมทางภาคใต้ของจีน เทพเจ้าประจำศาล คือ " เสียนเทียนซั่งตี้ " หรือ "เจ้าพ่อเสือ "  การสร้างศาลประดิษฐานรูปเสือ   โดยเอากระดูกเสือบรรจุในแท่นปั้นรูปประดิษฐานบนแท่น  อัญเชิญดวงวิญญาณเสือขอให้ปกปักรักษาประชาราษฎร์ให้อยู่ร่มเย็นเป็นสุข

วัดสระเกศ (ภูเขาทอง)
อยู่ นอกกำแพงเมือง ริมคลองมหานาค ตรงที่บรรจบกับคลองบางลำพู เดิมเป็นวัดเก่าชื่อว่า
"วัดสะแก" ได้รับการสถาปนาขึ้นใหม่ทั้งพระอารามในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า จุฬาโลก และพระราชทานนามว่า "วัดสระเกศ" ส่วนเจดีย์ภูเขาทองนั้นเริ่มสร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่ หัวโดยทรงเลียนแบบมาจากภูเขาทองในสมัยกรุงศรีอยุธยาแล้วเสร็จในรัชกาลพระบาท สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้รับพระราชทานนามว่า “สุวรรณบรรพต” มีความสูง 77 เมตร บนยอดสุวรรณบรรพตเป็นที่ตั้งของพระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ขุดค้นพบ ที่เมือง
กบิลพัสดุ์ และพิสูจน์ได้ว่าเป็นของพระสมณโคดมซึ่งเป็นส่วนแบ่งของพระราชวงศ์ศากยราช เพราะมีคำ
จารึกอยู่ พระองค์เจ้าปฤษฎางค์ขณะนั้นกำลังทรงผนวชอยู่ที่ประเทศอินเดีย ได้ส่งพระบรมสารีริกธาตุเข้ามาถวายในฐานะที่พระมหากษัตริย์ไทยทรงเป็น กษัตริย์เพียงพระองค์เดียวที่เป็นพุทธมามกะอยู่ในขณะนั้น เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 07.30 –
17.30 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2621 0576

วัดไตรมิตรวิทยาราม 
อยู่ที่ถนนเจริญกรุง (ใกล้หัวลำโพง) เดิมชื่อว่า "วัดสามจีน" ภายในวัดมีพระพุทธรูปปูนปั้นองค์หนึ่ง เมื่อคราวเปลี่ยนที่ตั้ง ปูนที่หุ้มอยู่ได้กะเทาะออก เห็นภายในเป็นพระพุทธรูปทองคำ ลักษณะองค์พระเป็นศิลปะสุโขทัยจึงได้ถวายพระนามว่า "พระสุโขทัยไตรมิตร" เป็นพระพุทธรูปทองคำที่มีส่วนผสมของทองคำสูงมาก เรียกว่า "ทองเนื้อเจ็ดน้ำสองขา" มีขนาดหน้าตักกว้าง 6 ศอก 5 นิ้ว สูง 7 ศอก 1 คืบ 9 นิ้ว

วัดอรุณราชวราราม
ตั้งอยู่ที่ถนนอรุณอัมรินทร์ เขตบางกอกใหญ่ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรี ตรงข้ามกับวัดโพธิ์ ข้ามเรือได้ที่ท่าเตียน เป็นวัดที่มีมาตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อว่า “วัดแจ้ง” ต่อมาเมื่อพระเจ้ากรุงธนบุรีย้าย ราชธานีจากกรุงศรีอยุธยามาตั้ง ณ กรุงธนบุรี ได้โปรดเกล้าฯ ให้กำหนดเอาวัดแจ้งเป็นวัดในเขตพระราชฐานใช้เป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตที่ ได้อัญเชิญมาจากเวียงจันทน์ วัดนี้ได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ 2 จึงถือเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 2 เมื่อบูรณะเสร็จแล้วได้พระราชทานนามว่า “วัดอรุณราชธาราม” ในสมัยรัชกาลที่ 3 มีการก่อสร้างพระปรางค์องค์ใหญ่ซึ่งมีความสูงถึง 67 เมตร แต่มาเสร็จสมบูรณ์ในสมัยรัชกาลที่ 4 และได้เปลี่ยนชื่อเป็น “วัดอรุณราชวราราม” 
เปิดให้เข้าชมทุกวันระหว่างเวลา 7.30 - 17.30 น. ผู้ประสงค์จะเข้าชมในพระอุโบสถต้องทำหนังสือขออนุญาตล่วงหน้าถึงเจ้าอาวาส วัดอรุณฯ
การเดินทาง สามารถใช้เรือโดยสารข้ามฟากจากท่าเตียน หรือท่าวัดโพธิ์ ไปยังท่าวัดอรุณฯ

วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม
ตั้งอยู่ที่ถนนศรีอยุธยา เป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนาขึ้น โดยมีสมเด็จพระบรมวงศ์เธอกรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์เป็นผู้ออกแบบ ก่อสร้างศิลปสถาปัตยกรรมไทยโบราณที่มีความวิจิตรงดงามและเป็นระเบียบ ได้รับการยกย่องว่าเป็นวัดที่มีการวางแปลนแผนผังที่ดีที่สุดวัดหนึ่ง ทั้งยังประดับด้วยหินอ่อนที่ดีที่สุดจากประเทศอิตาลี เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปในหมู่นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศในชื่อ “Marble Temple” พระประธานของวัดจำลองมาจากพระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เมืองพิษณุโลก บริเวณพระระเบียงด้านหลังพระอุโบสถเรียงรายด้วยพระพุทธรูปโบราณปางต่างๆ 52 องค์ ซึ่งสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพได้ทรงรวบรวมมาจากหัวเมืองต่างๆ และต่างประเทศ  เว็บไซด์www.watbencha.com       

วัดสุทัศน์เทพวราราม ราชวรมหาวิหาร
ตั้งอยู่ที่ถนนบำรุงเมือง พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงมีพระราชประสงค์ที่จะสร้างพระ วิหารให้มีขนาดใหญ่เท่ากับพระวิหารวัดพนัญเชิง เป็นศรีสง่าแก่พระนคร ได้พระราชทานนามไว้ว่า “วัดมหาสุทธาวาส” แต่สร้างยังมิทันสำเร็จ ได้เสด็จสวรรคตเสียก่อน พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยได้ทรงดำเนินงานต่อ และพระราชทานนามวัดใหม่ว่า “วัดสุทัศน์เทพวราราม” สร้างเสร็จสมบูรณ์ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่วัดสุทัศน์ไม่มีเจดีย์เหมือนวัดอื่นๆ เพราะมีสัตตมหาสถานเป็นอุเทสิกเจดีย์ (ต้นไม้สำคัญในพุทธศาสนา 7 ชนิด) แทนที่อยู่แล้ว สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด ได้แก่ พระศรีศากยมุนี (หลวงพ่อโต) พระประธานของวัดที่ได้ชะลอมาจากวิหารหลวงวัดมหาธาตุเมืองสุโขทัย และบานประตูพระวิหาร ซึ่งเป็นศิลปกรรมชั้นเยี่ยมทางด้านการแกะสลักในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะคู่ที่เป็นฝีพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ซึ่งในปัจจุบันนี้ได้นำไปเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30–21.00 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2224 9845, 0 2222 9632 หรือเว็บไซต์ www.watsuthat.org

วัดราชนัดดาราม 
อยู่ที่ถนนมหาไชย สร้างเมื่อ พ.ศ. 2389 เป็นวัดที่รัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแด่พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าโสมนัสวัฒนาวดี มีเจ้าพระยายมราชเป็นแม่กองออกแบบ เจ้าพระยาศรีพิพัฒน์เป็นแม่กองสร้างโลหะปราสาท วัดนี้แปลกกว่าวัดอื่น คือ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างธรรมเจดีย์ปราสาทแทนการสร้างพระเจดีย์ (นับเป็นแห่งที่ 3 ของโลก) มีความสูง 36 เมตร ประกอบด้วย เจดีย์ล้อมรอบ 37 องค์ เพื่อให้เท่ากับ “โพธิปักขียธรรม 37 ประการ” ปัจจุบันโลหะปราสาทแห่งนี้เหลืออยู่เพียงแห่งเดียวในโลก เนื่องจากโลหะปราสาทที่ประเทศอินเดียและศรีลังกาได้ปรักหักพังไปหมดแล้ว เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00–20.00 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2224 8807, 0 2225 5769 

วัดระฆังโฆสิตาราม วรมหาวิหาร
ตั้ง อยู่ที่ถนนอรุณอัมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร หรือวัดระฆัง เป็นพระอารามหลวงชั้นโท เดิมชื่อ วัดบางว้าใหญ่ สร้างตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา ภายในพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐาน พระประธานยิ้มรับฟ้า เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จ
พระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) สมเด็จพระราชาคณะในสมัยรัชกาลที่ 4 เมื่อไปสักการะสมเด็จพุฒาจารย์ ให้ขอพรโดยการสวดคาถาชินบัญชร แล้วปักธูปที่กระถาง และปิดทองที่รูปปั้น เสร็จแล้วพรมน้ำมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล  สามารถเดินทางโดยรถประจำทางสาย 19, 57 หรือมาทางเรือโดยเรือด่วนเจ้าพระยา ลงที่ท่าเรือรถไฟหรือท่าวังหลัง หรือข้ามฟากที่ท่าช้าง แล้วขึ้นที่ท่าเรือวัดระฆัง

วัดชนะสงคราม
เดิมอยู่กลางทุ่งนาจึงเรียกว่า " วัดกลางนา"  สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาททรงสถาปนาขึ้นใหม่ และรัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้เป็นวัดพระสงฆ์ฝ่ายรามัญเพื่อเป็นการให้เกียรติแก่ทหารรามัญในกองทัพของ สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท  ชาวบ้านนิยมเรียกว่า" วัดตองปุ "  ตามแบบวัดตองปุในสมัยอยุธยา ต่อมาเมื่อมีชัยชนะต่อกองทหารข้าศึกจึงพระราชทานนามใหม่ว่า "  วัดชนะสงคราม  " เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปลงรักปิดทอง ปางมารวิชัย พระนามว่า "พระพุทธนรสีห์ตรีโลกเชฎฐ์ มเหทธิศักดิ์ปูชนียะชยันตะโคดมบรมศาสดา อนาวรญาณ" 
วัดชนะสงครามตั้งอยู่ที่ ถนนจักรพงษ์ แขวงบางลำพู เขตพระนคร สามารถเดินทางโดยรถประจำทางสาย 33, 64, 65, ปอ. 32, 64, 65 

วัดอินทรวิหาร
ตั้งอยู่ที่แยกบางขุนพรหม  ถนนวิสุทธิกษัตริย์  เขตพระนคร  วัดนี้สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลายประมาณ พ.ศ.2295 เดิมชื่อวัดบางขุนพรหม ซุ้มประตู
ทางเข้าวัด 3 ซุ้ม เป็นศิลปะทรงไทย เรือนยอดตรงกลางเป็นรูปพระมหาบุรุษมหาภิเนษกรมณ์ ณ ฝั่งแม่น้ำอโนมา ด้านขวาเป็นรูปพระอินทร์ ด้านซ้ายเป็นรูปพระพรหม สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดได้แก่ "พระพุทธศรีอริยเมตไตรย" ซึ่งเป็นพระพุทธรูปยืนขนาดใหญ่ สูง 32 เมตร กว้าง 10 เมตร 24 นิ้ว สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว บนยอดเกศองค์หลวงพ่อโตบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ จากประเทศศรีลังกา จิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถเป็นภาพชีวประวัติของสมเด็จพระพระพุฒาจารย์(โต พรหมรังสี) ภาพสิ่งก่อสร้างต่างๆของสมเด็จฯ  ภาพต้นไม้ ด้านล่างพระอุโบสถเป็นพิพิธภัณฑ์ของเก่า  ศาลาการเปรียญประดิษฐานรูปหล่อสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พรหมรังสี)  นอกจากนี้ยังมี มณฑป ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง  หอระฆังหลังคาทรงจัตุรมุข พระสังกัจจายน์  พระแม่กวนอิมอวโลกิเตศวร  พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ต้นโพธิ์ไทย โพธิ์ลังกาและโพธิ์อินเดีย ซึ่งหาดูได้ยากในปัจจุบัน  เปิดให้เข้าชมทุกวัน โดยไม่เสียค่าเข้าชม ตั้งแต่เวลา 08.30–20.00 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2628 5550-2

วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
อยู่ ที่ถนนเฟื่องนคร เป็นวัดที่มีเสมาขนาดใหญ่ทำเป็นเสาศิลาสลักรูปเสมาธรรมจักรอยู่บนเสาตั้ง อยู่ที่กำแพงวัดทั้ง 8 ทิศ บริเวณวัดนี้เดิมเป็นวังของพระบรมวงศ์เธอกรมหลวงบดินทรไพศาลโสภณ วัดราชบพิธฯ เริ่มก่อสร้าง เมื่อ พ.ศ. 2412 (สมัยรัชกาลที่ 5) เสร็จในปี พ.ศ. 2413 แล้วนิมนต์พระสงฆ์จากวัดโสมนัสวรวิหารมาจำพรรษาอยู่ พร้อมกับอัญเชิญพระพุทธนิรันตรายมาประดิษฐานไว้ในพระอุโบสถ ศิลปกรรมที่สำคัญในวัดได้แก่ บานประตู และหน้าต่างของพระอุโบสถที่มีลายไทยลงรักประดับมุกเป็นรูปดวงตราครื่องราช อิสริยาภรณ์ต่างๆ สวยงามมาก

วัดราชบูรณะ
ตั้งอยู่เชิงสะพานพุทธฝั่งกรุงเทพฯ เรียกอีกชื่อหนึ่งว่าวัดเลียบ สร้างตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลายโดยพ่อค้าชาวจีน วัดนี้เป็นหนึ่งในจำนวนวัดเอกประจำเมือง 3 วัด ได้แก่ วัดราชบูรณะ วัดราชประดิษฐ์ และวัดมหาธาตุ วัดนี้ได้รับการบูรณะมาตลอดตั้งแต
่รัชกาลที่ 1-7 เว้นรัชกาลที่ 6 รัชกาลเดียว ในคราวสงครามมหาเอเซียบูรพา สถานที่สำคัญๆ ของวัดถูกระเบิดพังทลาย โดยเฉพาะพระอุโบสถที่มีภาพจิตรกรรมฝาผนังฝีมือขรัวอินโข่ง
ถูกระเบิดทำลายจน หมด ต่อมาได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ใหม่ดังที่เห็นในปัจจุบัน เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 05.00–20.00 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2221 3936, 0 2221 9544 

วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษดิ์ ราชวรมหาวิหาร
ตั้งอยู่ริมสนามหลวง ถนนหน้าพระธาตุ (ใกล้กับมหาวิทยาลัยศิลปากร) เป็นพระอารามหลวงฝ่ายมหานิกายชั้นเอก เดิมชื่อว่า วัดสลัก กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท โปรดให้สร้างขึ้นใหม่พร้อมกับพระบรมมหาราชวังแล้วพระราชทานนามว่า “วัดนิพพานาราม” ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดพระศรีสรรเพชร์” เคยใช้เป็นที่สังคายนาพระไตรปิฏกหลังจากกรมพระราชวังบวรฯ เสด็จสวรรคตแล้ว พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงเปลี่ยนนามพระอารามใหม่ว่า “วัดมหาธาตุ”
ส่วนคำว่า “ยุวราชรังสฤษดิ์” มาเพิ่มในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ เจ้าอยู่หัว หลังจากที่ทรงปฏิสังขรณ์แล้ว ภายในวัดมีสิ่งสำคัญ คือ พระอุโบสถ พระวิหาร พระมณฑป วิหารโพธิ์ลังกา หรือวิหารน้อย ต้นศรีมหาโพธิ์ และมหาวิทยาลัยสงฆ์ชื่อ “มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย” เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. สอบถามเพิ่ม
เติมได้ที่ โทร. 0 2221 5999, 0 2224 1415, 0 2222 7984 

วัดบวรนิเวศวิหาร
อยู่ ที่ถนนพระสุเมรุ สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยมีกรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพเป็นแม่กองก่อสร้าง เคยเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4, 6, 7 และ 9 เมื่อครั้งทรงผนวช ณ วัดแห่งนี้ สิ่งที่น่าชมภายในวัด ได้แก่ พระพุทธชินสีห์ พระรูปสมเด็จพระสมณเจ้า 2 องค์ คือ สมเด็จกรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ และสมเด็จกรมพระยาวชิรญาณวโรรส นอกจากนี้ยังมีจิตรกรรมฝาผนังฝีมือขรัวอินโข่ง ตำหนักปั้นหยา และพระศาสดา พระพุทธรูปสมัยสุโขทัย ซึ่งพระมหาธรรมราชาลิไททรงสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1900

วัดเทพธิดาราม
อยู่ที่ถนนมหาไชย เดิมชื่อวัดบ้านพระยาไกรสวนหลวง วัดนี้เป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อพระราชทานแก่กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ เมื่อปี พ.ศ. 2379 เสร็จในปี พ.ศ. 2382 สถาปัตยกรรมที่สำคัญ คือ พระปรางค์ทิศทั้งสี่ เป็นฝีมือช่างในสมัยรัชกาลที่ 3 บุษบกที่รองรับพระประธานภายในโบสถ์ประดิษฐ์อย่างสวยงาม และที่ผนังพระอุโบสถมีภาพเขียนเป็นรูปพุ่มข้าวบิณฑ์แบบอย่างในรัชกาลที่ 3
นอกจากนี้ระหว่าง พ.ศ. 2383-2385 วัดนี้เคยเป็นที่พำนักของสุนทรภู่กวีเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อคราวบวชเป็นพระภิกษุ ปัจจุบันยังมีกุฏิหลังหนึ่งเรียกว่า “บ้านกวี” เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้ผู้สนใจเข้าชมได้ทุกวัน

วัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมาราม
ตั้งอยู่ติดกับด้านเหนือสวนสราญรมย์ มีเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่เศษ เป็นวัดที่มีเนื้อที่เล็กมาก วัดนี้สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 โดยมีพระราชประสงค์จะให้เป็นวัดธรรมยุต และเป็นไปตามโบราณประเพณีว่าในราชธานีต้องมีวัดสำคัญ 3 วัดเสมอ จึงทรงบริจาคพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ซื้อสวนกาแฟหลวง ในรัชกาลที่ 3 สร้างวัดเล็กๆ ขึ้นวัดหนึ่ง พระราชทานนามว่า "วัดราชประดิษฐ์สถิตธรรมยุติการาม" แล้วต่อมาทรงเปลี่ยนชื่อเป็น "วัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมาราม" สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดนี้ คือ พระวิหารหลวงซึ่งมีภาพจิตรกรรมฝาฝนังเกี่ยวกับพระราชพิธีสิบสองเดือน และภาพสุริยุปราคา เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 05.00–22.00 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2223 8215, 0 2622 0744
วัดเทวราชกุญชรวรวิหาร 
อยู่ในเขตดุสิต สร้างตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ภายในพระอุโบสถมีพระประธาน นามว่า พระพุทธเทวราชปฎิมากร เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะทวาราวดี และยังมีจิตรกรรมฝาผนังแสดงภาพสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จโปรดพุทธมารดา ที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ และภาพสุวรรณสามชาดก



วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก
เป็นวัดพระอารามหลวงประจำรัชกาลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ซึ่งได้มีพระราชดำรัสให้จัดสร้างขึ้นให้เป็นวัดขนาดเล็กที่เรียบง่าย มุ่งเน้นประโยชน์ใช้สอยสูงสุด เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนในลักษณะ 3 ประสาน คือ บ้าน วัด โรงเรียน หรือที่เรียกว่า
"บวร" วัดพระราม 9 ได้รับการสถาปนาเป็นพระอารามหลวงเมื่อ พ.ศ. 2542  ตั้งอยู่ที่ถนนพระราม 9 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง ในเนื้อที่ประมาณ 8 ไร่ พระอุโบสถมีขนาดกระทัดรัดเพื่อให้เป็นตัวอย่างของการสร้างวัดสำหรับชุมชน วัสดุก่อสร้างทั้งหมดเป็นของที่ผลิตในประเทศ เป็นรูปแบบผสมผสานสถาปัตยกรรมไทยกับสถาปัตยกรรมร่วมสมัย หลังคามุงกระเบื้องทำด้วยแผ่นเหล็กสีขาว เครื่องบนหลังคาเป็นปูนปั้นลายดอกพุดตาน ประดับหน้าบันด้วยลายปูนปั้น  ที่หน้าบันพระอุโบสถประดิษฐานพระราชลัญจกรประจำพระองค
์รัชกาลที่ 9 เพื่อเป็นการเทิด พระเกียรติ พระประธานในพระอุโบสถ คือ
"พระพุทธกาญจนธรรมสถิต" เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยมีพุทธลักษณะแบบรัตนโกสินทร์ ผสมผสานระหว่างอุดมคติ
และเหมือนจริงด้วยการห่มจีวรแบบพระสงฆ์ที่เหมือนจริง แต่มีพระเกศาเป็นแบบอุดมคติ พระเกศพระประธานบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ

วัดกระทุ่มเสือปลา
ตั้งอยู่ที่ถนนอ่อนนุช ซอยอ่อนนุช 67 แขวงประเวศ  เขตประเวศ สำหรับประวัติวัด  ทราบแต่ว่าสร้างขึ้นเมื่อปลายกรุงศรีอยุธยา พ.ศ. 2315 วัดนี้เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อเพชร ซึ่งเป็นพระพุทธรูปประดับเพชร โดยจำลองแบบมาจากพระพุทธชินราชสมัยสุโขทัย จีวรประดับด้วยเพชรรัสเซีย และภายในวัดยังมีพิพิธภัณฑ์อีก 2 แห่ง คือ พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง และพิพิธภัณฑ์พระพุทธรูป 80 ปาง  ภายในพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมีรูปปั้นของพระเกจิชื่อดังอยู่
หลายรูป เช่น หลวงปู่ทองอายะนะ วัดลาดบัวขาว หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด วัดช้างให้ ปัตตานี สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังษี วัดระฆัง หลวงพ่อสด วัดปากน้ำภาษีเจริญ และหลวงพ่อลิงดำ วัดท่าซุง อุทัยธานี  หุ่นขี้ผึ้งเหล่านี้สร้างขึ้นเมื่อปี 2541 เพื่อเป็นการระลึกถึงหลวงพ่อฤาษีลิงดำและเกจิอาจารย์ที่มีครูบาอาจารย์ เกี่ยวข้องกัน ส่วนภายในพิพิธภัณฑ์พระพุทธรูป 80 ปาง มีพระประธานองค์ใหญ่ และรายล้อมไปด้วยพระพุทธรูปองค์เล็กๆ อีก 80 องค์ในอิริยาบถต่างๆ โดยที่ฐานพระพุทธรูปแต่ละองค์จะมีชื่อปางและคำอธิบายต่างๆ และภายในวัดยังมีจำลองรูปปั้นของกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ สำหรับให้ประชาชนสักการะ
อีกด้วย สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2328 7776, 0 2328 7666

วัดอัปสรสวรรค์วรวิหาร
ตั้งอยู่ที่แขวงปากคลองภาษีเจริญ เขตภาษีเจริญ สามารถเดินทางโดยเรือล่องมาตามคลองบางกอกใหญ่ เดิมชื่อ วัดหมู มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ได้รับการปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 3 และพระราชทานนามว่า วัดอัปสรสวรรค์ วัดนี้สิ่งนี้มีสิ่งที่น่าสนใจคือ พระพุทธรูปพระประธานในวัดที่มีถึง 28 องค์ ต่างจากวัดทั่วไปที่มีพระประธานเพียงองค์เดียว  พระพุทธรูปทุกองค์เป็นปางมารวิชัยบนฐานชุกชี
เดียวกันที่สร้างลดหลั่นกันลงมา องค์หน้าสุดคือ พระพุทธโคดม ซึ่งหมายถึงพระศาสดาองค์ปัจจุบัน ส่วนองค์อื่น ๆ หมายถึงพระพุทธเจ้าใน ภพต่าง ๆ 27 ภพ ซึ่งมีพระนามจารึกอยู่ที่ฐานทุก
พระองค์ พระอุโบสถเปิดให้เข้าชมทุกวัน เสาร์-อาทิตย์ หากประสงค์จะชมในวันอื่นต้องติดต่อวัดล่วง
หน้าที่ โทร. 0 2467 5392, 0 2458 0917
วัดพระศรีมหาอุมาเทวี
เป็นวัดในศาสนาพราหมณ์ฮินดู นิกายศักติ ซึ่งนับถือเทพสตรีผู้เป็นแม่เป็นใหญ่ในลัทธิ สร้างขึ้นประมาณปี 2422 โดยชาวอินเดียจากรัฐทมิลนาดูที่โดยสารเรือเข้ามาประเทศไทยทาง
ภาคใต้ จากนั้นได้มาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่คลองสีลม ได้ร่วมกันสร้างเทวาลัยของ “องค์พระแม่ศรีมหามารีอัมมัน” เพื่อเป็นที่เคารพสักการะบูชา และจะมีพิธี “นวราตรี” ซึ่งเป็นพิธีบูชาพระศรีมหาอุมาเทวี ในช่วงปลายเดือนกันยายน – ต้นเดือนตุลาคม ของทุกปี เปิดให้เข้าบูชาทุกวันตั้งแต่เวลา 06.00 – 20.00 น. วันศุกร์ 06.00 – 21.00 น.

วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร
ตั้ง อยู่ที่แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นโท สร้างขึ้นเมื่อสมัยราชกาลที่ 3 เป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธไตรรัตนนายก หรือหลวงพ่อโต หรือเรียกตามแบบจีนว่า ซำปอฮุดกง หรือ ซำปอกง สามารถเดินทางโดยรถประจำทาง สาย 40, 57, 149, ปอ. 177 หากเดินทางโดยเรือใช้บริการข้ามเรือข้ามฟากที่ท่าเรือปากคลองตลาด มาท่าเรือวัดกัลยาฯ



 
วัดโอรสาราม ราชวรวิหาร
ตั้งอยู่ริมคลองสนามชัยฝั่งตะวันตก ทางรถยนต์ใช้เส้นทางถนนเอกชัย-จอมทอง ทางเรือสามารถเช่าเรือหางยาวนำเที่ยวจากท่าช้างได้ วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่ สร้างมาแต่สมัย
กรุงศรีอยุธยา และยังเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 3 สิ่งก่อสร้างและศิลปการตกแต่งในวัดผสมผสาน
ศิลปไทยและจีนได้อย่างประณีตกลม กลืนสวยงามมาก จอห์น ครอเฟิร์ด (John Crawfurd) ราชฑูตอังกฤษที่เข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีในสมัยรัชกาลที่ 2 ได้เขียนยกย่องถึงวัดนี้ว่าเป็นวัด
ที่สร้างขึ้นได้อย่างงดงามที่สุดของ บางกอก โทร. 0 2415 2286, 0 2893 7274

วัดยานนาวา
ตั้งอยู่ที่ถนนเจริญกรุง ระหว่างซอย 52 และ 54  แขวงยานนาวา อยู่ใกล้กับสะพานตากสิน  ภายในวัดมีแบบจำลองรูปเรือสำเภา และมีพระเจดีย์ประดับเป็นเสากระโดงสองข้าง  มีขนาดเท่าสำเภาจริงสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยพระองค์ทรงมีพระราชดำรัสว่า “คนภายหน้าอยากจะเห็นว่าเรือสำเภาเป็นอย่างไรจะได้มาดู” แล้วทรงควบคุมการก่อสร้างด้วย
พระองค์เอง เนื่องจากในสมัยรัชกาลที่ 3 มีการค้าขายกับชาว จีนมาก และชาวจีนใช้เรือสำเภา
ในการขนส่งเกือบทุกชนิด  นอกจากนี้ยังมีพระอุโบสถซึ่งสร้างสมัยรัชกาลที่ 1 มีจุดเด่นที่หน้าบันเป็นลวดลายรูปสัตว์ ประณีตงดงามมาก