WWW.TRAVEL2GUIDE.COM

ภูทับเบิก

ตั้งอยู่ที่บ้านทับเบิก ตำบลวังบาล ห่างจากอำเภอหล่มเก่า 40 กิโลเมตร ตามเส้นทางจากหล่มเก่าไปภูหินร่องกล้า หรือห่างจากตัวจังหวัดเพชรบูรณ์ประมาณ 90 กิโลเมตร  ภูทับเบิกมีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,768 เมตร เป็นจุดที่สูงที่สุดของเพชรบูรณ์ มีสภาพภูมิประเทศที่สวยงามด้วยธรรมชาติแบบทะเลภูเขา มีอากาศบริสุทธิ์


อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า 

ตั้งอยู่บนรอยต่อของสามจังหวัด คือ อำเภอหล่มสัก อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์  อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย และอำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก มีเนื้อที่ประมาณ 191,875 ไร่ ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2527 เป็นพื้นที่ที่มีธรรมชาติแปลกตาและสวยงาม ทั้งยังเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์ เป็นยุทธภูมิสำคัญในอดีตของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.)
ภูหินร่องกล้ามีลักษณะภูมิอากาศคล้ายกับภูเขาสูงของจังหวัดเลย เช่น ภูกระดึงและภูเรือ


อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง (หนองแม่นา)

ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองแม่นา อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ และอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ด้านจังหวัดพิษณุโลกประมาณ 6 กิโลเมตร  จุดท่องเที่ยวหลักของอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงด้านจังหวัดเพชรบูรณ์ คือ ป่าสนธรรมชาติ และทุ่งหญ้าสะวันนา ซึ่งมีทิวทัศน์และพรรณไม้ดอกที่งดงามโดยเฉพาะช่วงปลายฤดูฝนถึงฤดูหนาว เหมาะแก่กิจกรรมเดินป่า กางเต็นท์พักแรม และปั่นจักรยานเสือภูเขา


อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว

เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของเพชรบูรณ์ ได้รับความนิยมในหมู่นักเดินทางที่ชอบสัมผัสกับอากาศที่หนาวเย็น และเดินป่าศึกษาธรรมชาติ ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2515 ครอบคลุมพื้นที่ป่ารอยต่อสองจังหวัด คือ ในเขตอำเภอเมือง อำเภอหล่มสัก อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์และอำเภอคอนสาน จังหวัดชัยภูมิ มีเนื้อที่รวม 603,750 ไร่ สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน


เขาค้อ

เป็นชื่อเรียกรวมทิวเขาน้อยใหญ่ของเทือกเขาเพชรบูรณ์ ในเขตอำเภอเขาค้อ เหตุที่เรียกกันว่า “เขาค้อ”  เพราะป่าบริเวณนี้เดิมมีต้นค้อซึ่งเป็นไม้ตระกูลปาล์มขึ้นอยู่มาก ภูมิอากาศบนเขาค้อเย็นสบายตลอดปีแม้ในฤดูร้อน และค่อนข้างเย็นจัดในฤดูหนาว รวมทั้งมีทัศนียภาพสวยงาม จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของเพชรบูรณ์ 


พระตำหนักเขาค้อ

ตั้งอยู่บนเขาย่า สร้างขึ้นเพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายแด่องค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสที่เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรงานโครงการในพระราชดำริและทรงตรวจ เยี่ยมราษฎรอำเภอเขาค้อและอำเภอใกล้เคียง เป็นอาคารคอนกรีตครึ่งวงกลมมีทั้งหมด 15 ห้อง รูปทรงแปลกตาไปจากพระตำหนักอื่น สามารถขออนุญาตเจ้าหน้าที่เข้าชมบริเวณโดยรอบพระตำหนักได้ บริเวณใกล้กันมีบ้านพักทหารม้าซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวพักค้างแรมได้ มีร้านค้าสวัสดิการตั้งอยู่ นอกจากนี้ยังมีเส้นทางเดินขึ้นยอดเขาย่าซึ่งสามารถมองเห็นทิวทัศน์เขาค้อโดย รอบได้สวยงาม  การเดินทาง  จากสี่แยกสะเดาพงษ์ ใช้เส้นทางหมายเลข 2258 ทางไปหนองแม่นา ตรงไปประมาณ 1 กิโลเมตร จะพบสามแยกให้เลี้ยวซ้าย ไปประมาณ 1 กิโลเมตร เส้นทางชันมาก ควรขับรถอย่างระมัดระวัง


วัดมหาธาตุ

ตั้งอยู่บนถนนนิกรบำรุง ในเขตเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองเพชรบูรณ์ มีพระเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์แบบสุโขทัย สูงประมาณ 3 วา สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระพุทธรูปหลวงพ่องาม ภายในวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปหลวงพ่อเพชร

วัดวิเชียรบำรุง

ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าโรง ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 21 และมีทางแยกเข้าตัวอำเภออีก 7 กิโลเมตร มีทางแยกซ้ายข้างที่ว่าการอำเภอไปอีก 200 เมตร ภายในบริเวณวัดมองเห็นพระนอนสีทององค์ใหญ่อยู่กลางแจ้ง นามว่า พระพุทธไสยาสน์วิเชียรบุรีศรีรัตนมิ่งมงคล มีความยาวประมาณ 50เมตร สูง 5 เมตร หันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก องค์พระหล่อด้วยปูนทาสีทอง ภายในองค์พระเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุส่วนพระรากขวัญ (ไหปลาร้า) ด้านหลังองค์พระมีพระบรมราชานุสาวรีย์ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระสุพรรณกัลยาและสมเด็จพระเอกาทศรถ นอกจากนี้ยังมีเรือมาด (เรือขุดที่มีประทุน) ที่ขุดแต่งจากไม้ตะเคียนทั้งต้น อายุในราวสมัยอยุธยา ที่พบในแม่น้ำป่าสัก อำเภอวิเชียรบุรีตั้งแสดงอยู่ที่วัดนี้


ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าโรง ห่างจากแยกทางหลวงหมายเลข 21 ตามเส้นทางเข้าตัวอำเภอวิเชียรบุรีเป็นระยะทางประมาณ 8กิโลเมตร  เป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมรูปของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชซึ่งชาวอำเภอวิเชียร บุรีร่วมใจกันก่อสร้างเพื่อเป็นอนุสรณ์เมื่อครั้งที่เสด็จยกกองทัพไปตีทัพ เขมรที่เมืองวิเชียรบุรีแห่งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถได้เสด็จมาทำพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณ เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2518 ทางอำเภอจัดงานเฉลิมฉลองศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราชขึ้นในวันกองทัพไทย ราวเดือนมกราคมของทุกปี 

 

แก่งบางระจัน

ตั้งอยู่ที่หมู่ 6 บ้านหนองแม่นา เป็นแหล่งท่องเที่ยวท่องเที่ยวเชิงนิเวศในแหล่งธรรมชาติ ซึ่งมีกิจกรรมพายเรือท่องป่า ตามหาแมงกะพรุนน้ำจืด ในช่วงหน้าแล้ง ราวเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม ทุกปี โดยมีกลุ่มชุมชนท้องถิ่นเป็นผู้บริหารจัดการกิจกรรมท่องเที่ยวในบริเวณนี้  

 


วัดช้างเผือก

ตั้งอยู่ที่ตำบลวังชมภู ก่อนถึงตัวเมืองเพชรบูรณ์ประมาณ 24 กิโลเมตร บริเวณปากทางเข้าวัดจะเห็นรูปปั้นช้างเผือกเป็นสัญลักษณ์ ภายในวัดเก็บรักษาสรีระที่ไม่เน่าเปื่อยของพระครูพัชราจารย์ หรือหลวงพ่อทบ บรรจุศพอยู่ในโลงแก้ว เป็นที่เคารพสักการะของชาวจังหวัดเพชรบูรณ์และผู้ที่เดินทางผ่านไปมา  ตามประวัติเล่าว่า หลวงพ่อทบได้ศึกษาวิชาอาคมมาจากเขมร จนเป็นที่เลื่องลือทางด้านเครื่องรางของขลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชื่อเสียงในด้านแคล้วคลาดจากภยันตราย อยู่ยงคงกะพัน  ในเดือนมีนาคมจะมีการจัดงานประจำปีครบรอบวันมรณภาพของหลวงพ่อทบเป็นประจำทุก ปี  นอกจากนี้บริเวณลานกลางแจ้งยังมีรูปปั้นหลวงพ่อทบให้สักการะบูชา และซากโบสถ์เก่าแก่สมัยอยุธยา อายุกว่า 300 ปี

การเดินทาง จากตัวเมืองเพชรบูรณ์ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 21 ลงมาทางทิศใต้ ถึงสามแยกวังชมพูเลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทางอำเภอหนองไผ่ อยู่ระหว่างกิโลเมตรที่ 118 ก่อนถึงสามแยกบ้านนายม ซ้ายมือจะมีป้ายบอกทางเข้าวัดไปอีกประมาณ 700 เมตร


หอวัฒนธรรมนครบาลเพชรบูรณ์

ตั้งอยู่ตรงข้ามกับศาลหลักเมืองเพชรบูรณ์  หอวัฒนธรรมแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2546 เพื่อเป็นอนุสรณ์ "นครบาลเพชรบูรณ์"  เนื่องจากในระหว่าง พ.ศ. 2486-2488 จอมพล ป.พิบูลสงครามได้ออกพระราชกำหนดเพื่อย้ายเมืองหลวงมาอยู่ที่ เพชรบูรณ์ โดยใช้ ชื่อว่า " นครบาลเพชรบูรณ์ "  ด้านนอกอาคารจะมีรูปปั้นฝักมะขามยักษ์สีทองโดดเด่นเป็นสัญลักษณ์   ภายในตัวอาคารเป็นหอประชุมขนาดใหญ่ และมีการจัดแสดงภาพถ่ายและโบราณวัตถุที่เกี่ยวกับความเป็นมา ประวัติศาสตร์ ประเพณี และศิลปวัฒนธรรมของจังหวัดเพชรบูรณ์


อุทยานแห่งชาติตาดหมอก

ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองเพชรบูรณ์ไปทางตะวันออก 37 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งสิ้นประมาณ 290 ตารางกิโลเมตร   ประกอบด้วยผืนป่าอุดมสมบูรณ์บนเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน เป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญของลำน้ำป่าสักและลำน้ำชีและเป็นพื้นที่ป่ากันชนให้ กับผืนป่าสามแห่ง คือ อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าตะเบาะ-ห้วยใหญ่ ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อ พ.ศ. 2541 จัดเป็นอุทยานฯ ลำดับที่ 87 ของประเทศ

 

 


อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ

เป็นโบราณสถานสำคัญที่น่า สนใจศึกษาหาความรู้มากที่สุดแห่งหนึ่งของเพชรบูรณ์  ได้รับรางวัล Thailand Tourism Award ประจำปี 2543  ประเภทแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมโบราณสถานยอดเยี่ยม อุทยานฯมีพื้นที่ครอบคลุมโบราณสถานในเมืองเก่าศรีเทพ ซึ่งมีชื่อเดิมว่า "เมืองอภัยสาลี" สร้างขึ้นในยุคขอมเรืองอำนาจ มีอายุไม่ต่ำกว่า 1,000 ปี  เมืองโบราณศรีเทพมีคูน้ำและคันดินล้อมรอบ พื้นที่ทั้งหมดประมาณ 2,889 ไร่  แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ เมืองส่วนใน มีพื้นที่ 1,300 ไร่ มีลักษณะเป็นรูปเกือบกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1.5 กิโลเมตร มีช่องทางเข้าออก 6 ช่องทาง พื้นที่ภายในเป็นที่ราบลอนคลื่น มีสระน้ำ หนองน้ำกระจายอยู่ทั่วไป พบซากโบราณสถานกว่า 70 แห่ง บางแห่งได้รับการขุดแต่งบูรณะแล้ว และ เมืองส่วนนอก มีพื้นที่ 1,589 ไร่ มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าต่อกับเมืองส่วนใน ขนาดเป็น 2 เท่าของเมืองส่วนใน มีช่องทางเข้าออก 6 ช่องทาง มีสระน้ำกระจายอยู่ทั่วไป และพบโบราณสถานกระจายอยู่แบบเดียวกัน


เนินมหัศจรรย์

อยู่ที่บริเวณกิโลเมตรที่ 17.5 ถนนสายนางั่ว-สะเดาพงษ์ ทางหมายเลข 2258 เมื่อขับรถมาถึงตรงนี้ และดับเครื่องรถจะถอยหลังขึ้นเนินได้เอง ปรากฎการณ์ดังกล่าวเกิดจากภาพลวงตา เพราะในความเป็นจริงเมื่อวัดระดับความสูงของพื้นที่สองจุดแล้ว ความสูงของเนินจะมีระดับต่ำกว่าช่วงที่เป็นทางขึ้นเนิน 

 


น้ำตกศรีดิษฐ์

เป็นน้ำตกหินชั้นขนาดใหญ่ มีน้ำไหลตลอดทั้งปี เคยเป็นที่อยู่ของ ผกค. มาก่อน สิ่งที่น่าสนใจคือ ครกตำข้าวพลังงานน้ำตกที่ ผกค.สร้างไว้ การเดินทาง ใช้เส้นทางหมายเลข 2196 ถึงหลักกิโลเมตรที่ 17 แล้วแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 2325 อีกประมาณ 10 กิโลเมตร แล้วแยกขวาเข้าน้ำตก


วัดไตรภูมิ

ตั้งอยู่บนถนนเพชรรัตน์ ในตัวเมือง เป็นวัดเก่าแก่ ประดิษฐาน "พระพุทธมหาธรรมราชา" พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดเพชรบูรณ์ ลักษณะเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องศิลปสมัยลพบุรี ชาวบ้านพบบริเวณหน้าวัดในแม่น้ำป่าสัก จึงได้อัญเชิญมาประดิษฐานไว้ที่วัดแห่งนี้ ต่อมาพระพุทธรูปองค์นี้ได้หายไปและมีผู้พบอยู่ในแม่น้ำบริเวณที่พบครั้งแรก จึงถือกันเป็นประเพณีของจังหวัดเพชรบูรณ์ว่า เมื่อถึงเทศกาลสารทไทย จะมีการแห่ทำพิธีอุ้มพระดำน้ำเพื่อความเป็นสิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องนำไปประกอบพิธีอุ้มพระดำน้ำเป็นประจำทุกปีในช่วงเทศ การสารทไทย เพื่อความอุดมสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ธัญญาหาร สมดังชื่อจังหวัดที่ว่า "เพชรบูรณ์" ซึ่งมาจากคำว่า "พืชปุระ" หรือเมืองแห่งพืชพันธุ์ธัญญาหาร โดยพระพุทธมหาธรรมราชา จะมีชื่อแสียงทางด้านการขอพรเพื่อรักษาโรคภัย และความสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ธัญญาหาร

 บทสวดบูชา พุทธมะหาธัมมะราชา วะชิระปูระณะมะหิทธิกา สัพเพ เต อะนุรักขันตุ อะโรคะเยนะ สุเขนะ จะ เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โสตถิ เม โหตุ สัพพะทาฯ


ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองเพชรบูรณ์

อยู่ที่ถนนหลักเมือง ใจกลางเมืองเพชรบูรณ์ เสาหลักเมืองเป็นเสาหินที่สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงนำมาจากเมืองศรี เทพ เมื่อปี พ.ศ. 2447 เมืองศรีเทพเป็นเมืองโบราณแบบทวารวดีและขอม คาดว่ามีอายุตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 11–12 ลงมาจนถึงพุทธศตวรรษที่ 17–18 จึงนับว่าเป็นเสาหลักเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย


เจดีย์พระบรมสารีริกธาตุเขาค้อ

ตั้งอยู่บนเขาค้อ ติดกับหอสมุดนานาชาติเขาค้อ บ้านกองเนียม หมู่ที่ 4 ตำบลเขาค้อ ที่ยอดเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกา เป็นเจดีย์ที่มีสถาปัตยกรรมผสมผสานทั้งแบบสุโขทัย อยุธยา และรัตนโกสินทร์ เจดีย์แห่งนี้ชาวเพชรบูรณ์สร้างขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสทรงครองราชย์ 50 ปี และเป็นที่สักการะบูชาของพุทธศาสนิกชน ในวันสำคัญทางศาสนาจะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมกันประกอบพิธีทางศาสนา เช่น พิธีเวียนเทียน

 


อนุสาวรีย์พ่อขุนผาเมือง

ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกพ่อขุนผาเมือง (จุดตัดของทางหลวงหมายเลข 21 กับทางหลวงหมายเลข 12) บริเวณบ้านน้ำชุน ห่างจากที่ว่าการอำเภอหล่มสักประมาณ 3 กิโลเมตร พระรูปทำด้วยโลหะในอิริยาบถยืน พระหัตถ์ขวาทรงดาบปักลงดิน พระหัตถ์ซ้ายชี้ลงพื้น พ่อขุนผาเมือง (เจ้าเมืองราด) ผู้ทรงร่วมสถาปนาราชอาณาจักรสุโขทัยเมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่ 1800 ได้ทรงร่วมมือกับพ่อขุนบางกลางหาว เจ้าเมืองบางยางพระสหายนำไพร่พลทำสงครามขจัดอำนาจการปกครองของขอมให้พ้นจาก ดินแดนสุโขทัย และได้ทรงสถาปนาพ่อขุนบางกลางหาว ขึ้นเป็นกษัตริย์ครองกรุงสุโขทัย ถวายพระนามว่า “ศรีอินทรบดินทราทิตย์” อนุสาวรีย์แห่งนี้เป็นที่สักการะของชาวเพชรบูรณ์และผู้เดินทางผ่านไปมาบน เส้นทางนี้


หอสมุดนานาชาติเขาค้อ

ตั้งอยู่ที่หมู่ 4 บนเขาค้อ ที่บ้านกองเนียม  ตำบลเขาค้อ เป็นหอสมุดขนาดใหญ่ออกแบบเป็นรูปเพชรคว่ำ  สร้างด้วยกระจกสะท้อนแสง ภายในเก็บรักษาหนังสือทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ ในเดือนธันวาคมของทุกปีจะมีการจัดงาน “วันนัดพบเอกอัครราชทูต ณ เขาค้อ” โดยเชิญเอกอัครราชทูตจากประเทศต่าง ๆ มาร่วมชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมของจังหวัด หอสมุดฯ เปิดให้เข้าชมทุกวัน ค่าธรรมเนียมเข้าชมหอสมุดนานาชาติเขาค้อ  10 บาท/คน  

การเดินทาง จากสี่แยกสะเดาพงษ์ ไปตามทางหลวงหมายเลข 2196 ประมาณ 2 กิโลเมตร จะเห็นทางเข้าหอสมุด ให้เลี้ยวขวาเข้าไปประมาณ 500 เมตร     
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได่ที่ : ป้าแจ่มจันทร์  โทร 08 9048 5412,   08 10452384


ุภูเขาหินปะการัง หรือชาวบ้านเรียกกันว่า เขาหน่อ  
ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่หมู่ 8 บ้านเขาเพิ่มพัฒนา ตำบลซับพุทรา อำเภอชนแดน อยู่ในเทือกเขาชนแดน เป็นภูเขาหินสูงจากระดับน้ำทะเลราว 1,200 เมตร มี ความลาดชันราว 45 องศาฯ  ลักษณะแปลกตา แตกต่างจากภูเขาที่อยู่ข้างเคียง เต็มไปด้วยหินแหลมคมสีเทาโผล่ขึ้นมาทั่วบริเวณ มองดูคล้ายปะการัง  หินบางลูกเมื่อใช้วัตถุเป็นไม้ หรือเหล็กเคาะจะมีเสียงดังก้องกังวานคล้ายเสียงระฆังพบอยู่โดยรอบครอบคลุมภูเขาทั้งลูก มีต้นไม้ขึ้นสลับหลายชนิด โดยเฉพาะต้นจันทน์ผาที่เป็นไม้มงคลหายาก ขึ้นอยู่ท่ามกลางป่าเบญจพรรณ บนยอดเขาสามารถชมทิวทัศน์ได้
ติดต่อ องค์การบริหารส่วนตำบลซับพุทรา โทร. 0 5681 1003

การเดินทาง  จากกรุงเทพฯ สามารถใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 21 ไปจนถึงแยกนาเฉลียง แล้วเลี้ยวซ้ายไปตำบลซับพุทธา ประมาณ 16 กิโลเมตร จนถึงสามแยกแล้วเลี้ยวขวาไปทางอำเภอชนแดน ประมาณ 5 กิโลเมตร มีทางแยกซ้ายไปเขาหินปะการัง ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร

อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้ออยู่บนยอดเขาสูงสุดของเขา ค้อ 

อยู่เลยฐานอิทธิ ไปอีก 1 กิโลเมตร สร้างขึ้นเพื่อเทิดทูนวีรกรรมของพลเรือน ทหาร ตำรวจ ทหาร ผู้พลีชีพในการสู้รบเพื่อปกป้องพื้นที่ในเขตรอยต่อ 3 จังหวัด คือ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และเลย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2511-2525 โดยสร้างด้วยหินอ่อนเป็นรูปสามเหลี่ยมสูง 24 เมตร  หมายถึง การปฏิบัติการร่วมกันระหว่างพลเรือน  ตำรวจ ทหารในปี พ.ศ. 2524 ผนังภายในบันทึกประวัติอนุสรณ์สถานและรายชื่อวีรชนผู้เสียสละไว้ด้วย  การเดินทาง  ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 2196 ไปจนถึงกิโลเมตรที่ 28 ไปเล็กน้อย มีทางแยกขวาไปเส้นทางหมายเลข 2323 ประมาณ 3 กิโลเมตร รวมระยะทางประมาณ 31 กิโลเมตร

 


ฐานอิทธิ (พิพิธภัณฑ์อาวุธ)

ตั้งอยู่บนเขาค้อ อยู่เลยกิโลเมตรที่ 28 ทางหลวงหมายเลข 2196 ไปเล็กน้อย แล้วแยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2323 ไปประมาณ 3 กิโลเมตร  เป็นจุดหนึ่งที่เห็นทิวทัศน์สวยงามและเคยเป็นฐานสำคัญทางยุทธศาสตร์ในอดีต ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์อาวุธ จัดแสดงปืนใหญ่ ซากรถถังและอาวุธที่ใช้สู้รบกันบนเขาค้อ  มีห้องบรรยายสรุปแก่ผู้เข้าชมเป็นหมู่คณะ เปิดให้เข้าชมทุกวัน ค่าเข้าชมคนละ 10 บาท

 

 


อนุสรณ์จีนฮ่อตั้งอยู่บนเขาค้อ

อยู่เลยกิโลเมตรที่ 23 ของทางหลวงหมายเลข 2196 ไปเล็กน้อย เป็นอนุสาวรีย์ทหารอาสาจากหน่วยรบกองพลที่ 93 ซึ่งมาช่วยรบในพื้นที่เขาค้อ และเสียชีวิตในการสู้รบ


สวนสาธารณะเทศบาลตำบลพุเตย   

ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลตำบลพุเตย  ริมทางหลวงหมายเลข 21 ระหว่างทางจากอำเภอศรีเทพไปวิเชียรบุรี เป็นสวนสาธารณะขนาดเล็ก ภายในมีบ่อน้ำแร่ ตกแต่งบริเวณสวนสวยงาม ที่สำคัญคือ มี “พุเตยสปา” ซึ่งเป็นสปาที่ดำเนินการโดยเทศบาลตำบลพุเตย มีห้องแบ่งเป็นสัดส่วนแยกชายหญิง มีบริการนวดตัว นวดหน้า นวดเท้า และแช่น้ำแร่ร้อนในอ่างจากุซซี่ ที่สะอาดและทันสมัย สอบถามรายละเอียดติดต่อ โทร. 0 5679 7650, 0 5679 7837 หรือ


พุทธธรรมสถานพระธาตุผาซ่อนแก้ว

เป็นสถานที่ปฎิบัติธรรมซึ่งมีทิวทัศน์สวยงามรอบด้านมอง เห็นผาซ่อนแก้วและทิวเขาสลับซับซ้อน มีศาลาปฎิบัติธรรมประดิษฐานพระพุทธรูปหยกงดงามภายในตกแต่งด้วยภาพวาดศิลปะ สวยงามแปลกตา

 


สวนภูพนา

ตั้งอยู่ที่ตำบลน้ำหนาว เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่น่าสนใจของอำเภอน้ำหนาว อยู่เลยที่ว่าอำเภอน้ำหนาวทางไปอำเภอหล่มเก่าประมาณ 3 กิโลเมตร ด้านซ้ายมือ ด้านหน้าสวนมีร้านกาแฟสดในสวนไม้ดอกร่มรื่น  ภายในสวนมีแปลงปลูกพันธุ์ไม้ต่าง ๆ ที่เด่นที่สุดคือ ดอกหน้าวัว ซึ่งมีหลากหลายสายพันธุ์ เช่น พลายชุมพล (ดอกสีแดง)และทองคำ (ดอกสีส้ม) โดยเฉพาะดอกหน้าวัวพันธุ์พลายชุมพลจากสวนภูพนาแห่งนี้ได้รับรางวัลชนะเลิศ การประกวดไม้ดอกไม้ประดับ ในงานมหกรรมพืชสวนโลกที่ จังหวัดเชียงใหม่  จึงนับว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรอีกแห่งหนึ่งที่น่าศึกษาค้นคว้า  เปืดให้เข้าชมระหว่าง เวลา 08.00-18.00 น. ไม่เก็บค่าเข้าชม ติดต่อสอบถามได้ที่ โทร. 0 5677 9128


ศูนย์บริการท่องเที่ยวเชิงเกษตร อ.น้ำหนาวในอำเภอน้ำหนาว

มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสการท่องเที่ยวในรูปแบบเชิงเกษตร ในอำเภอน้ำหนาวแห่งนี้ มีสวนท่องเที่ยวเชิงเกษตรมากมาย อาทิ เช่น ไร่ธนลาภ  ปลูกผักเมืองหนาว  สวนภูน้ำหนาว  แหล่งเรียนรู้ด้านการจัดการเกษตรเชิงอนุรักษ์  สวนภูพนา  ปลูกดอกหน้าวัว  ปลูกไม้ดอกไม้ประดับ  สวนน้ำหนาว  ผลิตไม้ดอกไม้ประดับ เช่น กุหลาบเงิน  เบญจมาศ ว่านสี่ทิศ  สวนเนินไผ่  ปลูกผักเมืองหนาว  เป็นต้น
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  สำนักงานเกษตรอำเภอน้ำหนาว  โทร 0 5677 9028


หมู่บ้านท่องเที่ยวชาวดอย (ม้ง) เล่าลือ

หมู่บ้านชาวดอย ( ชาวม้ง ) บ้านเล่าลือ  เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งของเขาค้อ ซึ่งมีชาวม้งอาศัยอยู่มาก ในอดีตชาวม้งนิยมปลูกฝิ่นกันมาก  แต่ทางการได้เข้ามารณรงค์ให้เลิกปลูกฝิ่น และหาอาชีพเกษตรอื่น ๆ มาทดแทน ปัจจจุบันชาวเขาเผ่าม้ง ประกอบอาชีพปลูก ข้าวโพด ข้าวไร่  แปรรูปผลิตภัณฑ์ไม้ไผ่ ซึ่งทำให้ชาวเขาเผ่าม้งมีอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชนได้ เมื่อเข้ามาในหมู่บ้านจะได้พบเห็นบ้านเรือนและวิถีชีวิตชาวม้ง ยังพบเห็นชาวเขาที่แต่งกายด้วยผ้าที่ทอขึ้นเอง มีครกไม้ตำข้าว และสัตว์เลี้ยงต่าง ๆ ในบริเวณหมู่บ้าน  การเดินทาง ใช้เส้นทางเดียวกับทางไปน้ำตกศรีดิษฐ์ ทางหลวงหมายเลข 2325  โดยบ้านเล่าลืออยู่บริเวณ กม. 16 นักท่องเที่ยวสามารถขับรถเที่ยวในบริเวณหมู่บ้านได้


หมู่บ้านวัฒนธรรมชาวเขาบ้านเข็กน้อย

ตั้งอยู่ที่ ตำบลเข็กน้อย  อำเภอเขาค้อ  จังหวัดเพชรบูรณ์  เดินทางจากพิษณุโลกมาตามเส้นทางหมายเลข 12 เลี้ยวซ้ายระหว่าง กม. ที่ 92 - 93 เป็นหมู่บ้านม้งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและมีกิจกรรมท่องเที่ยวซึ่งหาดูได้ ยาก อาทิ เช่น ชมการจำลองวิถีชีวิตชาวม้ง  ชมการแสดงทางวัฒนธรรม  อาทิ วิถีชีวิต 12 เดือนของม้ง  รำแคน  ระบำกระดัง  ระบำขลุ่ย เดินแบบชุดม้ง และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ของชาวม้ง  อาทิ  ผ้าปักลาย  พืชผักการเกษตร เปิดทุกวันเสาร์ - อาทิตย์ ค่าเข้าชมคนละ 10 บาท  นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง เช่น ภูทับเบิก  เขาค้อ  ทุ่งแสลงหลวง  เป็นต้น
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : อบต.เข็กน้อย  โทร  0 7839 2880


บึงสามพัน 

ตั้งอยู่ที่ตำบลซับสมอทอด ห่างจากที่ว่าการอำเภอบึงสามพันประมาณ 5 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 323 ไร่ มีลักษณะเป็นลำคลองยาวประมาณ 3 กิโลเมตร มีน้ำใสตลอดทั้งปี เป็นบึงที่ใช้ประโยชน์ในการทำเกษตรกรรม แหล่งเพาะพันธุ์ปลา ที่บริเวณริมบึงมีร้านอาหารไว้บริการด้วย และในเดือนพฤศจิกายนของทุกปีทางอำเภอบึงสามพันจัดให้มีการแข่งขันเรือยาว ประเพณีชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร การเดินทาง จากจังหวัดเพชรบูรณ์ใช้ทางหมายหลวงเลข 21 ผ่านบ้านวังชมภู ผ่านอำเภอหนองไผ่ สู่อำเภอบึงสามพันตรงสี่แยกไฟแดง บริเวณกิโลเมตรที่ 340-341 มีป้ายบอกทางให้เลี้ยวซ้ายเข้าบึงสามพันไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตร


ทุ่งทานตะวันที่บึงสามพัน     

มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ที่บ้านเขาหลวง บ้านป่ายาง ตำบลสระแก้ว มีการปลูกทานตะวันบนภูเขาหลวง ครอบคลุมพื้นที่กว่าหมื่นไร่ เมื่อดอกทานตะวันบานในตอนเช้า ภูเขาบริเวณนี้จะกลายเป็นทุ่งทานตะวันมีสีเหลืองอร่ามสวยงาม ในช่วงเดือนธันวาคมทางอำเภอบึงสามพันได้จัดงาน “ตะวันบานบนภูที่บึงสามพัน” ภายในงานมีการจัดประกวดดอกทานตะวันที่ใหญ่ที่สุด การประกวดธิดาตะวัน การแปรรูปเมล็ดทานตะวัน และการจำหน่าย ผลผลิตทางการเกษตร

การเดินทาง จากจังหวัดเพชรบูรณ์ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 21ผ่านอำเภอหนองไผ่ ไปจนถึงสี่แยกราหุลให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 225ไปทางจังหวัดชัยภูมิอีก 18 กิโลเมตร ถึงสี่แยกซับบอนให้เลี้ยวซ้ายไปอีก 14 กิโลเมตร ถึงบริเวณบ้านป่ายางซึ่งทำไร่ทานตะวัน


สวนรุกขชาติซับชมภู     

ตั้งอยู่ที่บ้านซับชมภู หมู่ที่ 8 ตำบลบ้านโภชน์ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติที่มีพื้นที่ 180 ไร่ เป็นแหล่งความรู้ทางพฤกษศาสตร์มีทั้งป่าไม้เบญจพรรณ สมุนไพรนานาชนิด ภายในสวนรุกขชาติตกแต่งด้วยไม้ดอกไม้ประดับที่สวยงาม มีน้ำตก 3แห่ง ได้แก่ น้ำตกหินงาม น้ำตกไทรงาม และน้ำตกธารงาม การเดินทาง จากจังหวัดเพชรบูรณ์ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 21ผ่านบ้านวังชมภูทางไปอำเภอหนองไผ่ ประมาณกิโลเมตรที่ 156 แล้วแยกขวาเข้าทางสายบ้านโภชน์-วังปลาไปอีกประมาณ 7 กิโลเมตร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานป่าไม้จังหวัดเพชรบูรณ์ โทร. 0 5671 1446


ดงรอยเท้าไดโนเสาร์     

พบรอยเท้าไดโนเสาร์บนหน้าผาหินทราย บริเวณเชิงเขาในเขตป่าสงวนแห่งชาติเขตรอยต่อกับป่าอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว หมู่ที่ 5 บ้านนาสอพอง ต.น้ำหนาว พบรอยเท้าประมาณ 300 รอย มึความลึกประมาณ 1-3 เซนติเมตร มีระยะระหว่างก้าวเดิน 70 เซนติเมตร และระยะห่างระหว่างแถวประมาณ 80 เซนติเมตร แสดงให้เห็นว่ามีไดโนเสาร์ไม่น้อยกว่า 2 ตัว วัดขนาดรอยเท้ายาวประมาณ 12 นิ้ว กว้าง 6 นิ้ว เป็นรอบที่มี 3 นิ้ว ในขณะที่ส่วนปลายมีร่องรอยของเล็บที่แหลมคม ซึ่งเป็นลักษณะของไดโนเสาร์กินเนื้อ เดินด้วยสองขาหลังเป็นหลัก

การเดินทางใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 2216 ห้วยสนามทราย-น้ำหนาว-กกกะทอน ถึงระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 19-20 จะมีทางแยกข้างหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พช.5 (นาพอสอง) เป็นถนนลูกรังซึ่งเป็นเส้นทางเข้าน้ำตกตาดพรานบา เข้าไปราว 3 กิโลเมตร จะมีถนนแยกด้านซ้ายระยะทางราว 2 กิโลเมตร จากนั้นต้องเดินเท้าลัดเลาะไปตามสันไหล่เขาเข้าไปอีกราว 1 กิโลเมตรจึงจะถึงแหล่งรอยเท้าไดโนเสาร์ รถยนตร์ควรเป็นชนิดขับเคลื่อนสี่ล้อ และหลีกเลี่ยงเดินทางเข้าไปหากมีฝนตก เพราะเส้นทางขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจและบุกเบิก อาจเกิดอันตรายได้


วัดศรีมงคล (วัดนาทราย)
ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 บ้านนาทราย ตำบลวังบาล บนเส้นทางสี่แยกวังบาล-โจะโหวะ เป็นวัดเก่าแก่ของจังหวัดเพชรบูรณ์ ความน่าสนใจของวัดนี้อยู่ที่ภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในอุโบสถ ซึ่งมีภาพเขียนสวยงามตามแบบโบราณ เกี่ยวกับประวัติพระเจ้าสิบชาติ ภาพนรก-สวรรค์ และภาพที่สะท้อนให้เห็นชีวิตของสังคมท้องถิ่นในอดีต เช่น การประกอบอาชีพ การค้าขายทางเรือ  การเดินทาง ใช้ทางหลวงสายหล่มเก่า-วังบาล ระยะทางจากอำเภอหล่มเก่าประมาณ 3 กิโลเมตร มีทางแยกซ้ายเข้าหมู่บ้านนาทรายอีกประมาณ 1 กิโลเมตร

หลักเมืองหล่มเก่า     
ตั้งอยู่ที่สี่แยกบุ่งน้ำเต้า ตำบลบุ่งน้ำเต้า หลักเมืองนี้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2487 เป็นหลักเมืองที่ทำด้วยซีเมนต์ ฯพณฯ จอมพล ป. พิบูลย์สงคราม เป็นประธานทำพิธีฝังหลักเมืองเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2487 การเดินทาง ใช้เส้นทางเดียวกับทางไปถ้ำฤาษีสมบัติแต่อยู่ทางแยกขวามือปากทางเข้าสนามบิน เพชรบูรณ์

ถ้ำฤาษีสมบัติ

ตั้งอยู่ที่บ้านถ้ำสมบัติ ตำบลบุ่งน้ำเต้า อยู่ห่างจากจังหวัดเพชรบูรณ์ประมาณ 36 กิโลเมตร เมื่อครั้งสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ประกาศพระราชกำหนดระเบียบบริหารนครบาลเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2487 และได้ตั้งกระทรวงการคลังขึ้นที่ถ้ำฤาษีสมบัติซึ่งใช้เป็นที่เก็บสมบัติของ แผ่นดินในสมัยนั้น ในปัจจุบันสิ่งก่อสร้างที่เป็นอาคารไม่ปรากฏ นอกจากถ้ำซึ่งมองเห็นเป็นร่องรอยการก่อสร้าง  การเดินทาง  จากจังหวัดเพชรบูรณ์ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 21 ระหว่างกิโลเมตรที่  251-252  จะมีป้ายบอกทางเข้าถ้ำฤาษีสมบัติตรงทางแยกซ้ายมือตรงข้ามกับทางเข้าสนามบิน เพชรบูรณ์ เข้าไปประมาณ 6.5 กิโลเมตร


อ่างเก็บน้ำรัตนัย    

หรืออ่างเก็บน้ำบ้านรัตนัย 1 อยู่บนทางหลวงหมายเลข 2325 เลยกิโลเมตรที่ 5 ไปประมาณ 100 เมตร จะเห็นทางเข้าอ่างเก็บน้ำทางด้านซ้ายมือ เข้าไปตามทางเดินอีกประมาณ 400 เมตร อ่างเก็บน้ำรัตนัยเป็นอ่างเก็บน้ำความจุ 2,020,000 ลูกบาศก์เมตร บนเนื้อที่ 1,600 ไร่ มีอาคารระบายน้ำล้น กว้าง 15 เมตร พร้อมทำนบดิน สูง 15 เมตร ยาว 250 เมตร ในบริเวณอ่างเก็บน้ำมีลักษณะคล้ายทะเลสาบ ในตอนเย็นจะมีลมพัดเย็นสบายเหมาะสำหรับนั่งพักผ่อน


สถานีทดลองเกษตรที่สูงเขาค้อ       

ตั้งอยู่ที่ 51 หมู่ 3 ตำบลสะเดาพงษ์ เป็นสถานที่ทดลองปลูกไม้เมืองหนาวจากสถาบันวิจัยพืชสวน กรมวิชาการเกษตร ภายในสถานีได้ปลูกไม้เมืองหนาวนานาชนิด เช่น พลับฝาด พลับเนคตาซีน แมคคาเดเมียนัท กาแฟ มะกอกน้ำ  นักท่องเที่ยวที่มีความประสงค์จะเข้าชมภายในสถานีทดลองการเกษตรที่สูงเขาค้อ จะต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ก่อนล่วงหน้า 1 สัปดาห์ และสามารถจองเต็นท์ได้ในราคา 250 บาท พักได้ 4 คน สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 05672 3056


ศูนย์กลางวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาเพื่อการพึ่งตน เอง (ศวต.)

หรือ เขาค้อทะเลภู      สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาค้อเพชรบูรณ์มีบ้านพักไว้สำหรับนักท่องเที่ยว จำนวน 3 หลัง พักได้หลังละ 10 คน หากผู้ที่เข้าชมเป็นหมู่คณะต้องการเจ้าหน้าที่บรรยายและนำชมให้ความรู้ เกี่ยวกับสัตว์ป่า ต้องทำหนังสือล่วงหน้าถึง หัวหน้าสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาค้อ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ 67270โทร. 08 6887 7373 และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มวิจัยการเพาะเลี้ยง สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช บางเขน กรุงเทพ โทร. 0 25614292ต่อ 713, 0 2579 9630 การเดินทาง ใช้เส้นทางเดียวกับน้ำตกศรีดิษฐ์ เมื่อถึงกิโลเมตรที่ 7 แยกซ้ายเข้าไปอีกประมาณ 3.5 กิโลเมตร


สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาค้อเพชรบูรณ์ (สวนสัตว์เปิดเขาค้อ)

ดำเนินโครงการโดยกองอนุรักษ์สัตว์ป่า ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้ เพื่อให้เป็นไปตามพระราชดำริเมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถได้ทรงเสด็จมา


ูอ่างเก็บน้ำชลประทานห้วยป่าแดง

อยู่ห่างจากตัวเมืองไป ทางทิศตะวันตก ตามทางหลวงหมายเลข 2006 ประมาณ 8 กิโลเมตร เป็นแหล่งพักผ่อนริมน้ำที่มีความสวยงามอีกแห่งหนึ่ง เกิดจากการสร้างเขื่อนกั้นห้วยป่าแดงในเขตตำบลป่าเล่า อ่างเก็บน้ำนี้แวดล้อมด้วยทัศนียภาพของขุนเขาและสายน้ำที่งดงามโดยเฉพาะใน ยามเช้าตรู่และยามเย็น ช่วงที่พระอาทิตย์ขึ้น-ลง ประชาชนนิยมมาพักผ่อนหย่อนใจ นั่งรับประทานอาหาร สังสรรค์กับเพื่อนฝูง ในบริเวณมีร้านขายอาหารบริการ อาหารที่ขึ้นชื่อคืออาหารจำพวกปลาน้ำจืด เช่น ปลาเผา ปลาทอด 


สวนรุกขชาติหนองนารี  

ตั้งอยู่ริมถนนนารีพัฒนา หมู่ที่5 ตำบลสะเดียง  ข้างสนามกีฬาเทศบาลจังหวัดเพชรบูรณ์ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 2กิโลเมตร  บริเวณสวนเป็นบึงบัวขนาดใหญ่เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ สามารถขับรถเที่ยวรอบบึง บรรยากาศร่มรื่น มีร้านอาหารบริการ


เขารัง  

เป็นจุดชมวิวที่มองเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกล  อยู่บนเส้นทางสายเพชรบูรณ์-ตะพานหิน ถนนสายนี้สร้างขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อเปิดสู่เมืองเพชรบูรณ์  การก่อสร้างถนนเต็มไปด้วยความยากลำบาก ผู้คนที่สร้างทางจำนวนมากเสียชีวิตด้วยโรคไข้มาลาเรีย


 

 
 
 
 
 
อุทยานแห่งชาติภูทับเบิก
อุทยานแห่งชาติเขาค้อ
อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว
ทุงแสลงหลวง
น้ำตกตาดหมอก
อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า